posttoday

เพื่อไทย เปิด แคนดิเดตนายกฯ 3 คน ชู ยศชนัน อันดับ1 ลุยศึกเลือกตั้ง

16 ธันวาคม 2568

เพื่อไทย เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯพรรค ให้ ยศชนัน เป็นแคนดิเดต อันดับที่ 1 ชูแคมเปญ ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้

KEY

POINTS

  • พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง
  • พรรคฯ มีมติเสนอชื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่ง หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
  • นายยศชนัน ชูวิสัยทัศน์ยกเครื่องประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

วันนี้ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดกิจกรรม ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ เพื่อเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง ทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนายการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เป็นต้น

 

โดยนายจุลพันธ์ ได้ขึ้นเปิดตัวในฐานะหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยคนแรก  โดยกล่าวว่า วันที่ 31 ต.ค.ตนได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เวลาเดือนเศษเราทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ยกเครื่องในการสื่อสารรวดเร็วฉับไว สื่อสารเชิงรุก เรามีการทำงานในสภาที่เข้มแข็งตรวจสอบอย่างจริงจัง มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ประกอบไปคนทุกเพศ ทุกวัย รับฟังทั้งเสียงนักวิชาการ และเสียงของประชาชนตัวจริง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยพวกเราทุกคน  25 ปีที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่เคยละทิ้งประชาชน วันนี้ตนยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อบอกกับพวกเราทุกคนว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว พร้อมจัดการยกเครื่องพรรคสู่ภารกิจที่ใหญ่กว่าคือการยกเครื่องประเทศไทย ตนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยต้องการสร้างพรุ่งนี้ที่ดีกว่า โดยการสร้างหลักประกันเงินออมการปลดหนี้ และสร้างรายได้ใหม่  เพราะนิยามประชาชนในสังคมประชาธิปไตยคือ ความมั่นคง อิสรภาพ และโอกาสของประชาชน นี่ตรงกันกับความคิดของพรรคเพื่อไทยที่ว่ามีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ความปรารถนาของตนคือคนไทยต้องไร้จน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตนจึงมาเสนอ 2 นโยบายเร่งด่วนที่สามารถทำได้ทันที  เพื่อไทย เปิด แคนดิเดตนายกฯ 3 คน ชู ยศชนัน อันดับ1  ลุยศึกเลือกตั้ง

โดยนโยบายเร่งด่วนแรก คือหวยเกษียณ ที่จะทำให้ได้ภายใน 3 เดือนแรกของการเป็นรัฐบาล หวยเกษียณจึงเป็นการเปลี่ยนการเสี่ยงโชคสู่หลักประกัน หวยเกษียณจึงเป็นการเปลี่ยนความหวังระยะสั้นให้เป็นความมั่นคงในระยะยาว และอีกหนึ่งนโยบายเร่งด่วน คือ การล้างหนี้ให้กับประชาชนคนไทย ทั้งกลุ่มหนี้นอกระบบ กลุ่มที่เป็นหนี้เสีย NPL กลุ่มเกษตรกรพี่น้องเกษตรกรเผชิญกับความผันผวนทางด้านราคา ภัยธรรมชาติ ผู้สูงอายุวัยเกษียณ เราอยากให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมั่นคง รวมไปถึง กลุ่มที่เป็นลูกหนี้ดี เพื่อไทย เปิด แคนดิเดตนายกฯ 3 คน ชู ยศชนัน อันดับ1  ลุยศึกเลือกตั้ง

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะทำพรุ่งนี้ที่ดีกว่า   ทั้งนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่อาจสะท้อนความเดือดร้อน ความเหลื่อมล้ำ ความลำบาก ของประชาชน พรรคเพื่อไทยจะทำพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้ พรรคเพื่อไทยจะต้องทำให้ประชาชนมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ตนจึงย้ำอีกครั้ง นี่คือนิยามของคำว่าประชาชนในระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะยกเครื่องประเทศไทยเพราะมีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้ 

 

ขณะที่ ทางด้านของ นายสุริยะ จึงรุ้งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย  ขึ้นกล่าวขอขอบคุณผู้บริหารที่คัดเลือกให้ตนเป็น1ใน3แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ก่อนเข้าการเมืองทำงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ 20 ปี ตรงนั้นประสบความสำเร็จพอสมควร แต่ติดระบบติดกฎเกณฑ์ในการติดต่อหน่วยงานราชการ คิดว่าอยากให้เดินได้ต้องแก้ที่ระบบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯมาชวนให้ตนทำงานการเมืองในพรรคไทยรักไทย ตนไม่คิดเลยตอบรับทันที เพื่อเข้ามาแก้สิ่งที่ติดขัดให้ดี 25 ปีในการทำงาน ตนมีจุดเข็งคือการเป็นนักทำ ผลักดันนโยบายที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามกรอบเวลา ทำให้นโยบายประสบความสำเร็จ อาทิ การแปรรูปบริษัทปตท. รวมถึงเอโอที ทำให้รัฐมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นวก่า 8.5 แสนล้าน ถ้านำมาแบ่งให้ประชาชนคนไทยทุกครอบครัวที่มี 2 ล้านครอบครัวก็จะได้ครอบครัวและ 4 หมื่นบาท และอีกหนึ่งในความภูมิใจคือการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่สร้างมาแล้ว 20 ปีให้จบลงได้ตามกรอบเวลาในปี 2549 ในตอนที่นายทักษิณ นั้นเป็นนายกฯและตนเป็นนัฐมนตรีว่าการ คมนาคม ลบคำวิจารณที่บอกว่าสร้างไม่ได้เพราะเป็นหนองงูเห่า ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันเป็นศูนย์กลางการบินได้ และได้รับการจัดอันดับเป็นสนามบินอันดับที่ 10 ของโลกในปี 2549 แต่หลังการรัฐประหารแผนงานที่วางไว้ไม่ได้ดำเนินการ ไม่เช่นนั้นเราคงไม่แพ้ประเทศสิงคโปร์ หรือฮ่องกง สนามบินสุวรรณภูมิถูกจัดอันดับที่ 77 ในปี 2565 แต่หลังจากเข้ารับตำแหน่งรมว.คมนาคมอีกครั้งตนก็เร่งพัฒนาจะทำให้อันดับของสนามบินสุวรรณภูมิดีขึ้นอย่างก้าวกระโดนมาเป็นลำดับที่ 38 ในปี 68 สนามบินสุวรรณภูมิต้องพัฒนาต่อ เพราะคมนาคมไม่ใช่แค่เดินทาง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศ ถ้าทำถนน ราง เรือ บูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ไทยจะเป็นจุดเชื่อมการค้าในภูมิภาค จะไม่ใช่แค่พาคนไทยไปถึงที่หมาย แต่พาไปถึงอนาคต นี้คือสิ่งที่ตนอยากสานต่อ ถ้าโครงสร้างดีจะทำให้โอกาสไปถึงคนตัวเล็ก รายได้ดี ชีวิตมั่นคงขึ้น ถ้าพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลพร้อมสานต่อภารกิจนี้ได้ทันที  ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยนั้น ยังกลับมาได้และขออาสารวมทุกคนไปทำงานให้ประชาชน 

 

ทั้งนี้ตนยังมี 2 นโยบายทีจะสานต่อ นั้นคือ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตนในฐานะรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตียมความพร้อมโครงการนี้ ประกาศว่าจะได้ใช้วันที่ 20 พ.ย. น่าเสียดายตอนนี้ถึงเดือนธ.ค.แล้วยังไม่ไปไหนไม่ทราบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่รับหน้าที่ต่อถึงไม่ทำเรื่องนี้ รับประกันภายใน 3 เดือน ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ประชาชนจะได้ใช้ 20 บาทตลอดสายทันที และจะมีรถเมล์แอร์ 10 บาทเป็นเส้นเลือดฝอยส่งคนไปที่รถไฟฟ้า อีกนโบายคืด บ้านเพื่อคนไทย ไม่ใช่แค่ความฝันเราเริ่มเดินแล้ว มี4 โครงการนำร่อง ให้คนไทยมีบ้านในทำเลที่ดีได้ดีจริง และจ่ายไหวโครงการนี้จะทำให้คนไทยสร้างอนาคตของตัวเองได้จริง พรรคเพื่อไทยมีความท่าทาย หลายคนบอกว่าเราไม่สามารถกลับมาที่จุดเดิมได้อีก เชื่อว่าคนในที่นี้ไม่ได้คิดแบบนั้น เรายังมีไฟ มีฝัน มีอุดมการณ์เดียวกัน อยากไปทำงานไปทำนโยบบายที่ดีให้ประชาชน ที่ตนเข้ามาการเมืองอยากทำให้สิ่งที่ติดขัดดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น ตนเชื่อแบบนั้นและเชื่อมั่นพรรคเพื่อไทย เต็มเปรียบไปด้วยคนที่มีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีมเดียวกัน และด้วยความเชื่อมั่นนั้น วันนี้ตนขอสาสางานที่รับผิดชอบงานที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของประเทศในฐานะแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย เพื่อรวมทุกท่านไปทุ่มเททำงานให้คนไทยทุกคน

 

และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 1ใน3 แคนดิเดตนายกพรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์เป็นครั้งแรกว่า ชีวิตตนคือภาพสะท้อนคนไทยจำนวนมากที่เติบโตจากครอบครัวข้าราชการและพยาบาล ย้ายถิ่นฐานไปหลายจังหวัด เรียนโรงเรียนประจำจังหวัด ได้รับการปลูกฝังว่า ความรู้ ความขยันคือหนทางเปลี่ยนชีวิต  ประเทศไทยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ปี2540 สามารถฟื้นตัวได้จากความเชื่อมั่นว่า คนไทยทำได้ อย่างพรรคไทยรักไทยในอดีตที่สร้างนโยบายเปลี่ยนชีวิตประชาชน ปลดวิกฤติให้ประเทศ แต่ตลอดเส้นทางเผชิญความไม่เป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงปัจจุบันปี2568  ประเทศไทยเผชิญ Perfect Storm ทั้งเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาเหล่านี้เต็มที่ แต่สถานการณ์การเมืองไทยทำให้ต้องเปลี่ยนนายกฯ ปีละครั้ง แต่ทำได้ขนาดนี้ต้องชื่นชมอดีตนายกฯพรรคเพื่อไทย ส่วนทิศทางอนาคตประเทศไทยนั้น ถ้าวันนี้เราเลือกทำสิ่งใหม่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โครงสร้างเทคโนโลยี ใช้ความคิดสร้างสรรค์คนไทย เชื่อว่าอนาคตที่ดีของประเทศไทยเป็นไปได้ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย จะนำประเทศไทยพ้นวิกฤตที่กำลังเผชิญไปให้ได้ มีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงให้เร็วที่สุด ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และAI เป็นแกนหลัก ผ่านยุทธศาสตร์สำคัญได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจเดิมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในส่วนภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิต ภาคการบริการ พร้อมไปกับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จากศักยภาพท้องถิ่นผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ การผลิตอุตสาหกรรม และสุขภาพและคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าให้คนไทยได้รับโอกาสเท่ากัน

 

ขณะเดียวกันตนมองว่า บทบาทภาครัฐเองต้องปรับตัว เพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง สิ่งรัฐบาลต้องเดินหน้า 3ด้าน คือ1.สร้างความมั่นคงรอบด้าน ทั้งการทหาร ความมั่นคงไซเบอร์ ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และการรับมือ Climate Change ควบคู่การทูตที่รักษาสมดุลผลประโยชน์ของไทย 2.สร้างความเชื่อมั่นผ่านการฟื้นฟูหลักนิติธรรมคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ใช้Digital Goverment สร้างความโปร่งใส ป้องกันการคอร์รับชัน ควบคู่ไปกับ AI Transformation สร้างระบบรัฐแบบ One Stop Service 3 การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ ตั้งแต่คมนาคม โลจิสติกส์ ความปลอดภัยด้วย AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด สวัสดิการ การศึกษา วิจัย และนวัตกรรม รองรับเศรษฐกิจใหม่และยกระดับเศรษฐกิจเดิม ให้ความสำคัญการเตรียมคนให้สอดรับการวางโครงสร้างรากฐานเศรษฐกิจใหม่คนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาสเติบโตที่เท่ากัน จะเกิดที่ไหนในแผ่นดินไทยก็เป็นคนไทย ต้องได้รับโอกาสเท่ากัน ไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองใด แต่ทำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง มีหัวใจอยู่ที่ประชาชน การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการเดินทางให้เรากลับมาช่วยสร้างประเทศขึ้นใหม่อีกครั้ง วันนี้ทุกคนจากพรรคไทยรักไทยที่ไม่ได้รับความยุติธรรม ทุกคนกลับมาที่บ้านของพวกเรา บวกกับคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย มารวมกัน มั่นใจว่า เราทำได้ เริ่มจากวันนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ ยกเครื่องประเทศไทย ถ้าเพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้แน่นอน 

 

ซึ่งภายหลังการเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยแล้ว นั้น น.ส.แพทองธาร และนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะอดีจนายกรัฐมนตรีก็ได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับทั้ง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

 

จากนั้น ทั้ง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชล โดย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเปิดตัววันนี้ ไม่ได้ตั้งใครเป็น เบอร์ 1-3 เป็นวันที่เราได้เสนอแคนดิเดต แต่ได้มีการสอบถามจากภายในพรรคทุกคนแล้ว จบที่การเสนอชื่อแคนดิเดต 3 คน ที่ได้เปิดตัวในวันนี้ และจากสถานการณ์ในประเทศปัจจุบันรวมถึงความต้องการของคนไทย ที่ต้องการคนที่จะนำพาประเทศไทยให้พ้นจากความขัดแย้ง พาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจโดยที่ต้องนำเอาเทคโนโลยี การใช้ AI และความรู้สมัยใหม่มาประสานกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปข้างหน้าได้ และบุคคลที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรคเพื่อไทย คือ นาย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีถ้าเราได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งส่วนอีก 2 คนก็พร้อมที่จะทำงานหากมีความจำเป็น 

 

ส่วนเวลา 2 เดือน จะเพียงพอต่อการดึงกระแสกลับมาหรือไม่  นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่แค่สองเดือนแต่เราเดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว การทำงานของเราที่ผ่านมา ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้หลายอย่างอยู่ในความทรงจำของประชาชน และตั้งแต่การประกาศยกเครื่องเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็มีการปรับเปลี่ยนการทำงานหลายอย่างภายในพรรค จนถึงตอนนี้เราไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว ส่วนอีก 2 เดือนข้างหน้าเป็นเวลาที่เราต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ในนโยบายทั้งหมด พร้อมกับยกตัวอย่าง เมื่อสมัยนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใช้เวลาหาเสียงเพียงแค่ 45 วัน จนได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย และเชื่อว่าการทำงานของแคนดิเดตนายกทั้ง 3 คนจะทำให้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้

จากนั้น นายยศชนันกล่าวถึงความมั่นใจที่จะเรียกคะแนนเสียงและความนิยมของพรรคเพื่อไทยกับคืนมาว่า ต้องเริ่มการมีหัวใจของพรรคเพื่อไทยลงไปกับประชาชนให้มาก วันแรกเราสามารถจะชูได้ว่าประเทศไทยจะไปทางไหน แต่ระหว่างทางสิ่งที่สำคัญกับการเลือกตั้งคือต้องลงไปพบกับประชาชน วันนี้ประชาชนอาจจะยังไม่รู้จักตัวตนของตนเอง แต่ถ้าได้สัมผัสและได้พูดคุยกัน และลองเอาสิ่งที่ต้องการใส่ลงไปในนโยบายของพรรคเชื่อว่าจะชนะใจประชาชนได้

 

เมื่อถามนายยศชนันว่า แม้จะเป็น วงศ์สวัสดิ์ แต่อย่างไรก็หนีไม่พ้นการถูกมองว่าเป็น ชินวัตร นั้น  นายยศชนัน หัวเราะก่อนตอบว่า การที่จะเป็นลูกหลานใครก็อาจเป็นเรื่องได้เปรียบ ทั้งที่วันนี้เรามุ่งมั่นที่จะทำบางอย่างเพื่อคนไทย แล้วเราก็ทำเรื่องนี้มาตลอดและไม่เคยหยุดที่จะทำ แต่วันนี้ถ้าได้รับโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นทำไมเราจะไม่รับ พร้อมยกตัวอย่างว่า เราอาจจะเป็นคนตัวเล็กในมือของยักษ์ที่ใจดีตัวหนึ่ง ซึ่งผสมคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ จากพรรคไทยรักไทย ที่มีประสบการณ์รวมถึงครอบครัวด้วย ทำให้เรามองได้ไกลขึ้นนั่นคือจุดเด่นจึงไม่คิดว่าเป็นปัญหา

มื่อถามต่อว่าก่อนหน้านี้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ บอกว่าจะไม่ยุ่ง และจะปล่อยให้ตัดสินใจเองทุกอย่างทางการเมืองด้วยตัวเองทุกอย่างหรือไม่หากในอนาคตได้เป็นนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน กล่าวว่า การแสดงวิสัยทัศน์วันนี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปในโลกนี้คือเราต้องเดินไปข้างหน้า และจะขึ้นประเทศไทยในทุกรูปแบบทั้งความคิดสร้างสรรค์ การศึกษา วิทยาศาสตร์ รวมถึงเทคโนโลยี และวันนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของประเทศ และรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องพูดคุยกันภายใน-ภายนอก และต่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นบทบาทของนายกรัฐมนตรีที่ต้องทำและมั่นใจว่าเราสามารถตัดสินใจเองได้ โดยกรรมการบริหารพรรค และคนในพรรคเพื่อไทย 

ส่วนประสบการณ์ที่เคยอยู่ในแวดวงนักวิจัยและเป็นนักวิชาการ นายยศชนัน มั่นใจว่า เคยผ่านประสบการณ์การเมืองมาช่วงสมัยหนึ่งและตนเองก็มีจุดเด่นที่คนอื่นไม่มีในจุดที่ไม่ได้เด่นมากนักและอย่างน้อยมีทีมในพรรคเพื่อไทยหลายคนที่จะคอยสนับสนุนบวกกับการมีเข็มทิศที่ชัดเจนคิดว่าเราทำได้

 

ด้าน นายสุริยะ กล่าวเสริมว่า อยากให้มองย้อนไปดูว่าการเมืองที่ผ่านมาเป็นเป็นมิติของการบริหารการเมืองเป็นหลัก แต่โลกยุคนี้เป็นโลกที่ต้องแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ซึ่งแคนดิเดตของพรรคอื่นไม่มีใครมีความรู้และความสามารถนี้และเชื่อว่าหลังจากทึ่ได้ฟังวิสัยทัศน์ในวันนี้แล้ว ไม่มีใครปฏิเสธในตัวของนายยศชนัน ที่จะนำพาประเทศไทย หากเป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้แน่นอนตามที่ประเทศไทยคาดหวังไว้

 

ส่วนเมื่อวานนี้พรรคภูมิใจไทยก็ได้มีการเปิดตัวผู้สมัคร สมาชิกใหม่และในวันนี้พรรคกล้าธรรม ก็จะมีการเปิดตัวผู้สมัครใหม่ที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ณขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังคงมั่นใจอยู่หรือไม่ว่าจะยังคงได้ผู้สมัคร 200 ที่นั่งตามเป้า นาย สุริยะกล่าวว่า เรื่องที่มีการเปิดตัวของพรรคต่างๆ รวมถึงผู้สมัครที่ไปสมัครพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องที่ทราบกันมานานแล้วว่าจะมีการย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม แต่ตนได้มีการดูสมการแล้วว่าการที่ไปรวมกัน ที่เป็นสส.ปัจจุบันและไปรวมตัวกันอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยกว่า 130คน พรรคเพื่อไทยเรา ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเราได้จำนวน 141ที่นั่ง ตอนนี้มีไหลออกจากพรรคเพื่อไทยประมาณ 10คน แต่ต้นเชื่อมั่นว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ 200 ที่นั่ง ไม่ใช่เป็นการตั้งเป้าหมายโดยไม่มียุทธศาสตร์ 

ครั้งที่แล้วที่เราได้มาทั้งหมด 141ที่นั้ง แต่ความจริงเราต้องได้ใกล้เคียง 200 ที่นั่งแต่เนื่องจากมีการทำโพลออกมาและทุกคนในพรรคมั่นใจว่าจะได้ 200 ที่นั่งแน่ จึงทำให้ผู้สมัครสส. ของพรรคเพื่อไทยเราหยุดทำงานลงพื้นที่ตามที่ควรจะลงไปทำเนื่องจากประมาท และตนเชื่อว่าในช่วงการเลือกตั้งที่แล้วมีพรรคการเมืองหนึ่งที่มีความชำนาญด้านโซเชียลมีเดียซึ่งพรรคเพื่อไทยตอนนั้นก็ยังไม่เคยใช้เรื่องนี้ถือว่าได้เรียนรู้ ในการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะฉะนั้นครั้งนี้ตนจึงมั่นใจว่าเราคงไม่ได้ถึง 200 ที่นั่งหากบวกลบอย่างมากไม่เกิน 10% ก็ยังมั่นใจอยู่ในเวลานี้ ซึ่งนายสุริยะ ยอมรับว่าเราต้องกำชับ สส.เราให้มากขึ้นและเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องมีนโยบายดีๆ ชี้แจงให้ประชาชนและผู้สมัครของเราลงพื้นที่ให้มากและพรรคเพื่อไทยเราก็มีการเตรียมคนสำหรับการปราศรัยไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อถามว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะถึงนี้จะต้องมีการต่อสู้กับอำนาจ กระสุน กระแสชาตินิยม ซึ่งถือเป็นงานหนักของพรรคเพื่อไทยทั้งนี้จะมีการตั้งรับอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้  นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราต่อสู้ในภาวการณ์ที่ลำบาก พรรคเพื่อไทยผ่านเหตุการณ์ยุบพรรคมา2ครั้ง ผ่านการปฏิวัติรัฐประหารอีก2ครั้ง หลังเหตุการณ์เหล่านั้นสถานการณ์ของพวกตนก็ไม่ได้ดีไปกว่าวันนี้และเราก็สามารถเดินหน้าต่อสู้อย่างเข้มแข็งและประสบชัยชนะได้และครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรายืนด้วยด้วยกันอย่างเหนียวแน่นและเราพร้อม จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อนำไปสู่ชัยชนะ 

เมื่อถามย้ำว่าอะไรที่ทำให้มั่นใจว่าเพื่อไทยจะนำไปสู่ชัยชนะ นายจุลพันธ์กล่าวว่า นโยบาย บุคคล และความตั้งใจของพวกเรา 

เมื่อถามถึงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาณเวลานี้มีความคิดเห็นอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จุดเด่นของพรรคเพื่อไทยคือการปกป้องอธิปไตยของไทย แต่อย่างไรก็ตามต้องเรียนว่ากระบวนการของรัฐบาลที่ควรดำเนินการนั้นควรจะอยู่ภายใต้ของกรอบระหว่างประเทศการตอบโต้อย่างได้สัดส่วนเป็นสิ่งสำคัญและสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่รัฐบาลใดก็ตามที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อจะต้องระมัดระวัง อย่างรอบคอบ การสื่อสารของรัฐต่อประชาชนและต่อสื่อต่างประเทศการใช้กลยุทธ์ยุทธวิธีในเรื่องของการใช้โลกล้อมกัมพูชานั้นเป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้มีจุดอ่อนจริงๆเพราะต้องยอมรับว่าข้อเท็จจริงในการสื่อสารของไทยเราต่อสื่อต่างชาติรวมถึงภาครัฐออกไปยังด้านนอกนั้นหากติด ตามสื่อต่างประเทศจะเห็นว่าภาพข่าวที่ออกมานั้นไม่ได้เป็นผลดีกับประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในเรื่องของการไทยเราใช้การโจมตีทางการอากาศ และจุดนี้ตนมองว่าอาจจะเป็นจุดที่เป็นปัญหาของประเทศไทยในระยะยาวเพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่เราอยากจะให้รัฐบาลมีการพิจารณาและปรับเปลี่ยนท่าที อีกเรื่องคือเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเรายืนยันและเราในฐานะที่เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่อยู่ในประเทศประเทศไทยเราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องของประชาชนซึ่งประสบกับภาวะพักที่นาคาถิ่นที่อยู่ แล้วต้องอพยพให้อยู่ในความปลอดภัยและให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วอย่างไรก็ตามจึงอยากให้ให้กำลังใจกับทางทหารและข้าราชการส่วนหน้าที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ตามแนวชายแดน  

เมื่อถามว่ากระสุน กระแส และอำนาจ พรรคเพื่อไทยกังวลอะไรมากที่สุดและคิดว่าทั้งสามอย่างนี้มีผลต่อการเลือกตั้งในสถานการณ์ปัจจุบันมากน้อยเพียงใดนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าห่วงทุกอย่างและเราก็ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรที่เราไม่ห่วงแต่สิ่งที่เราอุ่นใจคือเรายังมีความเชื่อมั่นในประชาชนพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชนมาโดยตลอดเราเชื่อว่าประชาชนยังคงสนับสนุนและยังคงรักพรรคมีนับ สิบล้านคน และพร้อมที่จะสนับสนุนพรรคไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เกี่ยวกับกระสุนหรืออำนาจรัฐก็ตามเราจะสามารถที่จะฝ่าด่านไปได้ด้วยการที่จะทำความเข้าใจต่อประชาชนและนำนโยบายที่ดี ไปให้ประชาชน

โดยนายสุริยะกล่าวเสริมว่า ในอดีตสส. ที่ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยปรากฏว่าสอบตกก็หลายคนและตนเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ประชาชนจำได้ก็คือนโยบายที่เราทำและประสบความสำเร็จภาพตรงนั้นคงเป็นภาพที่ยังอยู่ในความทรงจำของประชาชนเพราะฉะนั้นจะกระสุนหรือกระแสต่างๆตนเชื่อว่าในที่สุดเราต้องไปใกล้เคียงกับ 200 ที่นั่ง



เพื่อไทย เปิด แคนดิเดตนายกฯ 3 คน ชู ยศชนัน อันดับ1  ลุยศึกเลือกตั้ง

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

5 ภาคส่วน เซ่นพิษสงคราม SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปีนี้เหลือโต 1.4%