นายกฯอนุทิน ย้ำ ข้อเสนอหยุดยิง จะต้องมาจากฝ่ายกัมพูชาโดยตรง
นายกฯอนุทิน เผย ไทยไม่ได้หารือหรือรับข้อตกลงเรื่องการหยุดยิงตามเวลาที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเสนอ ย้ำว่าข้อเสนอหยุดยิงจะต้องมาจากฝ่ายกัมพูชาโดยตรง
KEY
POINTS
- นายอนุทินย้ำว่าข้อเสนอหยุดยิงจะต้องมาจากฝ่ายกัมพูชาโดยตรง ไม่ใช่ผ่านการกดดันจากผู้นำชาติอื่น
- ไทยไม่ได้หารือหรือรับข้อตกลงเรื่องการหยุดยิงตามเวลาที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเสนอ และมองว่าเป็นเรื่องของสองประเทศ
- ฝ่ายไทยระบุว่าตนเป็นผู้ถูกรุกรานอธิปไตย การตอบโต้จึงเป็นการป้องกันประเทศ และการจะหยุดยิงต้องมีความจริงใจและถอนกำลังรบออกไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีทางด้าน นาย อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มีการกดดันให้การปะทะกันระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาหยุดยิงภายในวันนี้ในช่วงเวลา 22:00 น. ว่า เราไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ และต้องย้ำอีกครั้งว่าขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ทางกองทัพได้มีการจัดแถลงข่าวถึงวันละ 2 ครั้ง ส่วนแหล่งข่าวจากที่อื่นไม่ควรจะไปนำมาเป็นข้ออ้างอิงใดๆ
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับ อันวาร์ ก่อนหน้านี้หรือไม่นายอนุทิน ระบุว่า ได้พูดคุยกันและพูดคุยกันมาโดยตลอดในช่วงที่มีเรื่องราว แต่ว่าไม่มีครั้งไหนที่อันวาร์ได้บอกว่าจะต้องมีการทำข้อตกลงในการหยุดยิงการดำเนินการใดๆ ส่วนท่าทีเรื่องนี้ของฝั่งกองทัพนั้น วันนี้ตนเองอยู่กับทาง พลโท ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ตลอดทั้งช่วงบ่าย ส่วนการดำเนินการก็ดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้
ส่วนกรณีที่ท่าทีของกัมพูชาตอบรับการกดดันให้หยุดยิงจากทางอันวาร์ว่าให้หยุดยิงวันนี้ นั้น นายอนุทิน เผยว่า การตอบรับว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่มันต้องมีการหารือพูดคุยกันแล้วก็ต้องมีท่าทีที่จริงใจชัดเจนว่าจะต้องทำการหยุดปะทะกันหรือหยุดการทำร้ายซึ่งกัน แต่อย่างไรก็ตามต้องย้ำอีกครั้งว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายที่ถูกรุกรานธิปไตยและที่เราตอบโต้ไปก็เพื่อตอบโต้เพื่อป้องกันอธิปไตยป้องกันพี่น้องประชาชน เป็นการแสดงท่าทีให้เห็นว่าอย่าได้เข้ามาทำร้ายประเทศไทยอยู่ดีๆ ในขณะที่เรากำลังแสดงท่าทีว่าเราปกป้องอธิปไตยแล้วมันคงไม่มีใครมาสามารถบอกเราได้ว่า ให้หยุดปะทะกันในช่วง4ทุ่มต่างคนต่างถอย ซึ่งถ้าคิดด้วยสามันสำนึกปกติมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และถ้าจะหยุดยิงจริงๆ กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายนำเสนอข้อเสนอมายังประเทศไทย ไม่ใช่ไปให้ผู้นำประเทศอื่นมาพูด เรามีเรื่องกันอยู่ถ้าจะดำเนินการใดที่จะหยุดข้อพิพาทกันต้องเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสนอมา “อย่างเมื่อวานนี้ก็มีการบอกว่าจะหยุดยิงจริงๆ แล้วเป็นยังไงตั้งแต่เช้า” ซึ่งเป้าหมายของการปะทะกันไม่ได้ไปถึงทหารเลย แต่คราวนี้เป้าหมายคือมาถึงที่พี่น้องประชาชนของไทยรวมถึงชุมชนทำให้เกิดความเสียหายการกระทำนี้ มันชัดเจน แต่ถ้าจะพูดอะไรก็พูดได้ ถ้าหยุดยิงก็ต้องหยุดยิงให้เห็น หยุดยิงแล้วก็ต้องถอนความพร้อมในเรื่องของการยิงด้วย ไม่ใช่หยุดยิงอยู่แค่นี้ แต่ว่าปืนก็ยังเล็งมาในประเทศไทยอยู่ พร้อมยิงก็ไม่ได้ถ้าหยุดยิงก็ต้องหยุดทั้งหมดหยุดความพร้อมทุกอย่างแล้วก็ถอยกลับไปแล้วก็คนที่จะประเมินว่าหยุดยิงจริงแล้วหรือไม่ ก็จะเป็นประเทศไทยเอง ค่อยจะเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ไม่ใช่ไปใช้การพูดคุยกันผ่านโซเชียลมีเดียมันเป็นเรื่องของประเทศเรา จะไปใช้ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาแล้วบอกว่าจะมีการหยุดยิงก็คงไม่ใช่ พร้อมย้ำว่า “ ชัดเจนนะ”
ทั้งนี้หากกรณีที่ทางกัมพูชาไม่ยอมเปิดด่านให้คนไทยในประเทศกัมพูชากลับมาทางภูมิลำเนา นายอนุทินเผยว่า นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งคนไทยย่อมมีสิทธิ์ที่จะกลับบ้านได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ตนเองหวังว่าคงถึงจุดที่เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพราะว่าเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีการทำร้ายร่างกายประชาชนชาวไทย ที่ไปทำงานอยู่ที่ปอยเปตนั้น นายอนุทิน ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ผมคิดว่าเราก็มีแผนเผชิญเหตุทุกเหตุนะครับ”


