
รัฐบาล-กองทัพ-บัวแก้ว ปกป้องอธิปไตยชาติ
นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา และแนวทางการดำเนินการของรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ก.พ. สรุปดังนี้
นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา และแนวทางการดำเนินการของรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ก.พ. สรุปดังนี้
นายปณิธาน กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาล ประการแรก รัฐบาลยืนยันนโยบายที่จะปกป้องดูแลอธิปไตยดินแดนความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชน จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไทยเป็นผู้ที่โจมตีและตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองอย่างสมควรแก่เหตุ
ประการที่สอง รัฐบาลมีการชี้แจงในทุกระดับทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ประการที่สาม รัฐบาลจะคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว โดยได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานทางด้านการข่าว 2 จุด จุดแรก คือ กองทัพบก และสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยมี พ.อ.สรรเสริญ เป็นผู้ประสานงาน ส่วนที่ 2 จะอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ จัดคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานของทำเนียบรัฐบาล
นายชวนนท์ กล่าวว่า กระทรวงได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้ 1.เมื่อวันที่ 5 ก.พ. รมว.ต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย รับฟังข้อเท็จจริง
2.มีการเจรจาผ่าน รมว.ต่างประเทศกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกและร่วมมือกัน และเห็นว่าควรมีการจัดการประชุม JBC เพื่อแก้ไขสถานการณ์ โดยจะจัดขึ้นในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ.นี้
3.กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ลงวันที่ 5 ก.พ. โดยย้ำว่าไทยยึดมั่นตามกฎกติกาของสหประชาชาติ และยืนยันว่าที่ผ่านมาไทยถูกรุกรานก่อน
4.ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการมรดกโลก โดยชี้แจงว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ในขณะที่ยังไม่ได้ข้อยุติเรื่องพื้นที่พิพาท เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาความขัดแย้ง นำไปสู่การปะทะกันในที่สุด จึงไม่สมควรที่จะขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารในตอนนี้
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าการปะทะที่เกิดขึ้นอาจมีการแสวงผลให้ประเด็นความขัดแย้งยกระดับสู่เวทีระหว่างประเทศ แต่ทั้งนี้ไทยยืนยันมาโดยตลอดว่ากลไกทวิภาคีแก้ปัญหาได้ และจะใช้กลไกทวิภาคีเป็นหลักในการแก้ปัญหา
ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แถลงว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกัมพูชา เมื่อ 23 วันที่ผ่านมาได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. โดยเวลา 15.15 น. เริ่มมีกระสุนปืนร้ายแรงสะท้อนถอยหลังกัมพูชาเข้ามาตกที่บริเวณด้านข้างของภูมะเขือ ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 8 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 1 คน
หลังจากนั้นก็มีการปะทะกันอีกในเช้าวันรุ่งขึ้น (5 ก.พ.) ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย และเมื่อวันที่ 6 ก.พ. มีการปะทะกันอีกครั้ง เวลา 18.40 น. และเลิกปะทะเวลาประมาณ 21.50 น. โดยสรุปยอดผู้บาดเจ็บของไทย 2 วัน รวมเป็น 25 คน และเสียชีวิต 1 นาย พลเรือนเสียชีวิต 1 คน







