"โรม" จี้ ปลด “ธรรมนัส”พ้นครม. พฤติกรรม ส่อเอื้อทุนสีเทา
"โรม" ผิดหวังท่าที "อนุทิน" ปราบสแกมเมอร์ สวนทาง "วาระแห่งชาติ" จี้ ปลด “ธรรมนัส” พ้นครม. ประชาชนรับไม่ได้! พฤติกรรม ส่อเอื้อทุนสีเทา
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการติดตามปัญหาสแกมเมอร์ ว่า ประเทศไทยมีความคืบหน้าน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับหลายประเทศ แม้เชื่อว่าหากนายกรัฐมนตรีเอาจริง หน่วยงานพร้อมทำหน้าที่
แต่ปัญหาขณะนี้คือการที่หน่วยงาน "เกียร์ว่าง" ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าเพราะไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีข้อมูล หรือเป็นเพราะ "เชื่อมถึงใครหรือไม่" โดยยอมรับว่า ในกรณีของ "ปริ้นกรุ๊ป" แทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย จึงต้องยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องพวกนี้จริง ๆ
แรงกดดันถึง "ธรรมนัส" และความเชื่อมั่นของรัฐบาล
เมื่อถูกถามถึงการปิดห้องคุยกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี นายรังสิมันต์ ระบุว่า ตนหวังว่าจะมีการพูดคุยเรื่องนี้ และกล่าวถึงสถานการณ์ของ ร้อยเอกธรรมนัส ที่ให้ความร่วมมือในทุกรูปแบบ พยายามใช้กระบวนการทางกฎหมายกลั่นแกล้งสื่อมวลชน และมีข้อสงสัยว่าทุนสีเทาเชื่อมโยงกับ ร้อยเอกธรรมนัส
การให้ ร้อยเอกธรรมนัส ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีต่อไป จะไม่มีทางสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ได้เลย โดยเห็นว่า ความน่าสงสัยของการเชื่อมโยงระหว่าง ร้อยเอกธรรมนัส กับแก๊งสแกมเมอร์ที่เพิ่มขึ้น ซ้ำรอยกับคำพูดนายชาดา ไทยเศรษฐ์ เข้าไปอีก
จึงคิดว่าสังคมไทยไม่น่าจะยอมให้ร้อยเอกธรรมนัสได้ไปต่อในฐานะรองนายกรัฐมนตรี แต่ก็ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถ้านายอนุทินไม่ทำอะไร สังคมไทยก็จะตั้งคำถามกลับมายังนายอนุทินเช่นเดียวกัน
”ก็อยู่ที่คุณอนุทินว่าตกลงจะเอาอย่างไร จะปราบสแกมเมอร์อย่างไร และก่อนที่จะปราบสแกมเมอร์ ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นปราบรัฐมนตรีสีเทาทั้งหลายที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีนี้ก่อนเลย“ นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อะไรคือรูปธรรมของการแก้ปัญหา หรือการเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ เพราะไม่มีความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้เลย สิ่งที่อยากเห็นคือรูปธรรมของการทำงาน ในเรื่องความคืบหน้าของความเกี่ยวโยงกันในแต่ละบุคคล
โดยระบุว่าพยานหลักฐานที่สำคัญคือ "เส้นเงิน"
ความคาดหวังคือการ "ปลดออกจาก ครม."
เมื่อถามว่า คาดหวังว่านายกรัฐมนตรีจะแนะนำให้ ร้อยเอกธรรมมนัสลาออกเพื่อตรวจสอบตนเองหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า การตรวจสอบมีสองระดับ
1. การตรวจสอบทางการเมือง
2. การตรวจสอบทางกฎหมาย
สิ่งที่กรรมาธิการทำได้คือรวบรวมพยานหลักฐาน
"จริงๆแล้วเราไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ร้อยเอกธรรมนัสลาออก เราคาดหวังให้นายกรัฐมนตรีปลดออกจาก คณะรัฐมนตรีเลย นี่คือความคาดหวังของเรา ไม่ใช่เรื่องของการแสดงสปิริตแล้ว แต่เป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ผ่านมาในทุกรูปแบบและส่อนัยอย่างชัดเจนว่าคนๆ นี้ไม่สามารถให้อยู่ต่อไปในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้ ไม่เช่นนั้นจะสร้างความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน"
เมื่อถูกถามถึงข้อมูลที่มีจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า "พวกเราพร้อมอยู่แล้ว ข้อมูลหลายอย่างเอาไปใช้เป็นข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่แล้ว" แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ และพร้อมพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย โดยชี้ว่ากลไกของการพูดคุยระหว่างพรรคฝ่ายค้านมีความสำคัญมาก
"ผมยืนยันว่าข้อมูลเหล่านี้สามารถเอาผิด โดยเฉพาะทางการเมืองกับบุคคลต่างๆได้ เอาผิดในการขยายผลเครือข่ายต่างๆหรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการเมืองเท่านั้น แต่อดีตที่เป็นนายกฯ ที่เป็นรัฐมนตรี นักการเมืองต่างๆ ก็สามารถดำเนินการได้"
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า วันนี้อาจมีการทำMOU กับสหรัฐฯ แต่ก็ไม่มีความหมาย เพราะเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น ต้องยอมรับว่า "ฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ เละเทะ" รวมถึงกรณีตำรวจที่มีการแฉออกมาไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน กระทั่งคนที่มีหน้าที่ปราบเว็บพนันเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับส่วยเว็บพนัน


