
วุฒิฯเสนอมาร์คเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ
วุฒิสภา บี้ "มาร์ค" เปิดอภิปรายฯแบบไม่ลงมติ "ประสพสุข" แจงดำเนินการตามขั้นตอน เชื่อไม่ขัดสว.สรรหาหมดวาระสัปาดาห์หน้า
วุฒิสภา บี้ "มาร์ค" เปิดอภิปรายฯแบบไม่ลงมติ "ประสพสุข" แจงดำเนินการตามขั้นตอน เชื่อไม่ขัดสว.สรรหาหมดวาระสัปาดาห์หน้า
นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สว.อุทัยธานี พร้อมคณะร่วมลงชื่อจำนวน 51 คนได้ยื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา ขอให้เปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 161
นายสิงห์ชัย กล่าวว่า สถานการณ์ของประเทศกำลังประสบวิกฤติที่ไม่เป็นปกติ มีการแตกแยกทางความคิดออกเป็นฝักเป็นฝ่าย มีการชุมนุมประท้วงเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่มทำให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนกต่อประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง รวมถึงความขัดแย้งเรื่องการทับซ้อนของเขตแดน การรุกล้ำและยึดพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นพื้นที่ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการ โดยจะประสานไปยังนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีผู้ขอยื่นมาแล้ว 2 ญัตติที่มีแนวทางเดียวกัน ดังนั้น จะยื่นต่อรัฐบาลเพื่อขอเปิดอภิปรายในวันเดียวกัน
นายประสพสุข กล่าวว่า เรื่องนี้จะไม่กระทบกับสว.สรรหา ที่จะหมดวาระในสัปดาห์หน้า เพราะสว.ที่เหลืออยู่สามารถทำงานต่อไปได้ แม้สว.สรรหาจะหมดวาระแล้วก็ตาม อีกทั้งสว.ส่วนใหญ่ที่ลงชื่อเพื่อเปิดอภิปรายรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นสว.เลือกตั้ง จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร
อีกด้านหนึ่ง กลุ่ม 40 สว. นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สว.เพชรบุรี นายสาย กังกเวคิน สว.ระยอง ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาความสำคัญเกี่ยวกับการบริหาราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ เช่นกัน
นายคำนูญ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบมาว่าได้มีญัตติในการขอเปิดอภิปรายรัฐบาล ตามมาตรา 161 จำนวน 3 ญัตติ คือ ญัตติของกลุ่ม 40 สว. ญัตติของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สว.สรรหา และญัตติของนายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี
ทั้งนี้ สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้มีการรบ 4-5ครั้ง ภายใน 3-4 วัน รัฐบาลก็ควรจะใช้เวทีของวุฒิสภาเพื่อรับฟังความเห็นทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เพื่อเป็นข้อเสนอแนะและประโยชน์ในการทำงานต่อไป ซึ่งทางกลุ่ม 40 สว.จะได้สอบถามใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา 2.การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ 3.แนวทางการปฎิรูปประเทศที่จะมีผลเป็นรูปธรรม







