posttoday

แถลงนโยบายรัฐบาล "อนุทิน 1" ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และข้อกล่าวหา

30 กันยายน 2568

วันแรกของการแถลงนโยบายรัฐบาล “อนุทิน1” ปลุกกระแสการเมืองในสภาร้อนฉ่า ทั้งปมเขากระโดง ฮั้ว สว. และกัญชาเสรี ปชช.ติงหวังคะแนนนิยมระยะสั้น

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายโดยชู 3 หลักการบริหารประเทศ พร้อมนโยบายเร่งด่วนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม โดยเฉพาะการลดค่าครองชีพและไม่สนับสนุนธุรกิจการพนัน
  • ฝ่ายค้านวิจารณ์ความชอบธรรมของรัฐบาลว่าเป็น "รัฐบาลเฉพาะกิจ" พร้อมตั้งคำถามต่อนโยบายเศรษฐกิจที่ขาดความชัดเจนและเสี่ยงต่อวินัยการคลังของประเทศ
  • การแถลงนโยบายเผชิญข้อกล่าวหารุนแรงในประเด็นที่ดินเขากระโดงซึ่งพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง และการละเลยปัญหาสุญญากาศทางกฎหมายของนโยบายกัญชา

การประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568  ที่คณะรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นบททดสอบแรกที่รัฐบาล ต้องเผชิญหน้ากับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน ทั้งในประเด็นวาระการทำงาน ความชอบธรรมทางการเมือง และแผนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

 

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศ หลักการบริหารราชการแผ่นดิน 3 ประการ ที่จะใช้เป็นหัวใจในการดำเนินงาน คือ

 

1 พิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

2 ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

3 ยึดมั่นหลักนิติธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล

 

นอกเหนือจากหลักการดังกล่าว รัฐบาลยังได้นำเสนอนโยบายเร่งด่วนในด้านต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศ  

 

ด้านเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ผ่านโครงการ "คนละครึ่ง" การแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

 

ด้านความมั่นคง ด้วยการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาโดยสันติวิธีผ่านกลไกการเจรจาทางการทูต และเร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

 

ในขณะเดียวกันด้านสังคม ได้ประกาศจุดยืนว่าจะ "ไม่สนับสนุนการประกอบธุรกิจพนันทุกชนิดให้เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ไม่สนับสนุนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีธุรกิจพนัน" พร้อมทั้งขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ และพิทักษ์คุ้มครองสถาบันศาสนา

แถลงนโยบายรัฐบาล "อนุทิน 1" ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และข้อกล่าวหา

 

ฝ่ายค้านเปิดฉากปัญหาเชิงโครงสร้างและภารกิจ 4 เดือน

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้เปิดประเด็นโดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย โดยให้เหตุผลว่า วงจรการรัฐประหารที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้สร้างปัญหาทางการเมืองที่บิดเบี้ยว และส่งผลโดยตรงให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตช้ากว่าค่าเฉลี่ยโลก และล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ตลอดช่วง 19 ปีที่ผ่านมา

 

หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศการตรวจสอบ 4 ประการ ตลอดช่วงเวลา 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ 

1. เดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จก่อนการยุบสภา โดยที่มาของผู้ยกร่างจะต้องยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด

2. ผลักดันร่างกฎหมายที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด

3. ติดตามการทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ความมั่นคง และอาชญากรรมข้ามชาติ

4. ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแทรกแซง

แถลงนโยบายรัฐบาล "อนุทิน 1" ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และข้อกล่าวหา

 

เพื่อไทยตั้งคำถามต่อความชอบธรรมและแรงจูงใจทางการเมือง

 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จากพรรคเพื่อไทย ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ว่าเป็น "รัฐบาลเฉพาะกิจ" ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อภารกิจบางอย่างในช่วงเวลาที่จำกัด และสรุปข้อกล่าวหาว่า "4 เดือนยุบสภา 4 เดือนยุบคดี" ซึ่งเป็นการตั้งข้อสังเกตว่าระยะเวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการถ่วงเวลาหรือจัดการกับคดีความที่เป็นปัญหาอยู่เบื้องหลัง

 

นอกจากนี้ นพ.ชลน่าน ยังได้เตือนถึง "4 หายนะ" ที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศ หากการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย:

1. หายนะทางประชาธิปไตย: ความกังวลว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะถูกครอบงำ โดยใช้ อุปมา "สีน้ำเงิน" กล่าวหาว่าอาจมีการผลักดันให้ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งกลายเป็น "สสร. สีน้ำเงิน" เพื่อร่าง "รัฐธรรมนูญสีน้ำเงิน" และในที่สุดอำนาจทั้งหมด ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา องค์กรอิสระ และระบบราชการ จะกลายเป็น "สีน้ำเงินทั้งหมด" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการ "กินรวบประเทศ"

2. หายนะด้านความโปร่งใสและหลักนิติธรรม: การมองว่ารัฐบาลเป็นเพียง "ตัวแทนของผลประโยชน์ท้องถิ่น" และอาจขาดความโปร่งใสในการบริหารงาน

3. หายนะด้านการบริหารจัดการประเทศ: การชี้ว่าปัญหาเร่งด่วนหลายอย่างที่รัฐบาลต้องเผชิญ มีต้นตอมาจากปัญหาที่รัฐบาลชุดนี้เคยก่อไว้ในอดีต

4. หายนะทางโอกาสของประชาชน: การยกเลิกนโยบายที่ประชาชนได้รับประโยชน์และกำลังประสบความสำเร็จ เช่น โครงการ "30 บาทรักษาทุกที่" และ "รถไฟฟ้า 20 บาท" ซึ่งถือเป็นการทำลายโอกาสของประชาชน

 

 

ประชาชน ติงความชัดเจนนโยบายเศรษฐกิจ

 

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล เป็นผู้นำในการวิเคราะห์และตอบโต้นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยแสดงความผิดหวังต่อคำแถลงนโยบายที่ขาดรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมและเป้าหมายที่วัดผลได้

 โดยเฉพาะความเสี่ยงทางการคลัง จากการวิเคราะห์ว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะใช้งบประมาณสูงถึง 124,000 ล้านบาท จะเป็นการใช้งบประมาณจนเกือบหมดสิ้น โดยงบประมาณก้อนนี้ประกอบด้วย "เงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็น 99,000 ล้านบาท บวกกับงบกลางรายจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 25,000 ล้านบาท" จากงบประมาณปี 2569

 

ศิริกัญญาเตือนว่า รัฐบาลกำลังสร้างคะแนนนิยมในระยะสั้น แต่จะทิ้งภาระหนักไว้ให้กับรัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งจะเหลือพื้นที่ทางการคลังน้อยมากและอาจถูกบีบให้ต้องดำเนินนโยบายรัดเข็มขัด ซึ่งอาจทำลายความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ 

 

 

ประเด็นร้อนเขากระโดง  

 

สถานการณ์ในที่ประชุมเกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้หยิบยก 2 ประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูงขึ้นมากล่าวหา ได้แก่ ปัญหา "การฮั้ว สว." และที่สำคัญคือ "ปัญหาที่ดินเขากระโดง" โดยระบุว่ามี "9 คำพิพากษาทั้งศาลฎีกา และศาลปกครองระบุว่า ที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ เป็นที่ดินของการรถไฟฯ" แต่ยังไม่มีการเพิกถอนโฉนด

 

ข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นที่ดินซึ่งพาดพิงถึงตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง ได้จุดชนวนให้ สส. พรรคภูมิใจไทยจำนวนมากลุกขึ้นประท้วงอย่างหนัก จนทำให้การประชุมต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ปฏิกิริยาที่รุนแรงของ สส.พรรคภูมิใจไทยสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นที่ดินเขากระโดงยังคงเป็นจุดอ่อนทางการเมืองที่เปราะบางที่สุดสำหรับตัวนายกรัฐมนตรี

 

 

สุญญากาศทางกฎหมายนโยบายกัญชา

 

ในช่วงท้ายของการอภิปรายวันแรก นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ได้กล่าวปิดท้ายโดยมุ่งเป้าไปที่นโยบายกัญชา โดยวิจารณ์ว่าคำแถลงนโยบายของรัฐบาลจงใจหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึง "สภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย" และปัญหาสังคมมากมายที่เกิดขึ้นภายหลังการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด

 

เขาระบุว่าสื่อต่างประเทศได้ขนานนามประเทศไทยว่าเป็น "ราชันแห่งกัญชา" (King of Cannabis) ซึ่งเขานำเสนอในฐานะภาพลักษณ์เชิงลบที่เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาด พร้อมกันนี้ เขาได้ยื่น ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม 2 ประการ ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการภายในวาระ 4 เดือนนี้ คือ:

1. ประกาศดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด: เพื่อควบคุมผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

2. ผลักดันร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง: เพื่อสร้างกรอบกฎหมายที่รัดกุมและครอบคลุมในการกำกับดูแล

แถลงนโยบายรัฐบาล "อนุทิน 1" ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และข้อกล่าวหา

การอภิปรายนโยบายรัฐบาลในวันแรกได้สิ้นสุดลงเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. พร้อมการเผชิญหน้าทางการเมืองที่ชัดเจน ฝ่ายรัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะสั้น ในขณะที่ฝ่ายค้านได้แสดงจุดยืนที่มุ่งเน้นการตรวจสอบประเด็นเชิงลึกและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นความยั่งยืนทางการคลัง แรงจูงใจทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาล ข้อกล่าวหาและปัญหาทางกฎหมายที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งสัญญาณว่าวาระการทำงาน 4 เดือนของรัฐบาล "อนุทิน 1" จะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน

ข่าวล่าสุด

'จเรตำรวจ' ยัน ไร้ห้องกัก VIP กำชับเข้มงวดข้อมูล ป้องกันทุจริตปล่อยตัว