
คนละไม้คนละมือ นคริน กังวาลโชคชัย
แชมป์- นคริน กังวาลโชคชัย นิสิตปี 4 จาก คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ รั้วจุฬาฯ ที่นอกจากตั้งใจเรียนสุดๆแล้วยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมสมเป็นคนรุ่นโลกร้อนจริงๆ....
แชมป์- นคริน กังวาลโชคชัย นิสิตปี 4 จาก คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ รั้วจุฬาฯ ที่นอกจากตั้งใจเรียนสุดๆแล้วยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมสมเป็นคนรุ่นโลกร้อนจริงๆ....
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร
อย่าดูถูกความคิดอ่านของเด็ก !!!
อันที่จริงก็ไม่เด็กแล้ว เพราะ แชมป์- นคริน กังวาลโชคชัย เป็นนิสิตปี 4 จาก คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ จากรั้วจุฬาฯ ที่นอกจากตั้งใจเรียนสุดๆ แล้วยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมสมเป็นคนรุ่นโลกร้อนจริงๆ
"กิจวัตรหรือกิจกรรมต่างๆ ประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือต่างจังหวัด ผมว่าทุกคนมีส่วนทำร้ายโลกทั้งนั้นครับ แม้ว่าโลกร้อนจะเป็นเรื่องที่ดูเหมือนใหม่ แต่ถ้าศึกษาและเรียนรู้ให้ดีจะทราบว่า มันอยู่กับเรามาตลอด แต่เราเลือกไม่รับรู้เท่านั้นเอง" เขาร่ายให้ฟังแต่เริ่ม
เดินบ้าง...ขนส่งมวลชนบ้าง
"ปกติผมชอบเดินขึ้นลงบันไดเองครับ ใช้ลิฟต์นอกจากช้า แออัด แถมยังเปลืองพลังงานด้วย ผมว่า 1-2 ชั้น ถ้าไม่แบกของหนัก หรือเจ็บป่วยอะไร ออกกำลังกายด้วยการเดินขึ้นลงบันไดทุกวันดีมากเลยครับ
เคยคิดเหมือนกันว่าทำไมบางคนเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วต้องขอให้พ่อแม่ซื้อรถให้ ทั้งๆ ที่บ้านอยู่ไม่ไกลมหาวิทยาลัยเลย ส่วนตัวผมเองใช้รถเมล์ รถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีตลอดครับ ถ้าไปไหนใกล้ๆ ก็เดินเอาหน่อย ก็ถือ เสียว่าออกกำลังกาย ประหยัดเงินด้วยอีกทางครับ"
ใช้ซ้ำ ใช้ให้คุ้ม ใช้ให้เป็น "เวลาจำเป็นจะต้องอ่านข้อความต่างๆ จำนวนมากหน้า ผมจะพิมพ์ลงกระดาษที่ใช้แล้วด้านหนึ่งครับ อย่างคอมพิวเตอร์ที่บ้านทุกเครื่องจะเป็นจอประหยัดไฟด้วย โดยมากจะบริหารเวลาการทำงาน และเปิดคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในขอบเขตที่แน่นอนครับ เพื่อจะได้ไม่เปลืองพลังงาน
ส่วนตัวแล้วอาบน้ำไม่นานมาก ยิ่งใช้ฝักบัวด้วยยิ่งเปลืองน้ำครับ ฉะนั้นแล้วรีบๆ จัดการให้ตัวสะอาด แล้วก็ออกมาดีกว่า แต่ถ้าเป็นแอร์ละก็ ทุกคนที่บ้านก็ทำคล้ายๆ กัน ตั้งเวลาปิดก่อนจะตื่น 2-3 ชั่วโมง เพราะอย่างไรก็ยังเย็นอยู่ครับ
สายไฟ ปลั๊กไฟต่างๆ ผมจะถอดทิ้งออกหมดหลังใช้งาน เพราะแม้จะเสียบคาเวลาไม่ใช้ มันก็กินไฟครับ ถึงมันจะดูเล็กน้อยมากใน 1 วัน แต่ 1 ปี มันก็ประหยัดไปได้อีกหลายบาท เพราะการผลิตไฟฟ้าก็มีกระบวนการที่ทำให้โลกร้อนด้วยเช่นกัน
สำหรับถุงผ้าที่เห่อกันอยู่พักใหญ่แล้วก็หายไป ผมก็ยังใช้อยู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องซื้อถุงผ้าตลอดเวลา มี 1-2 ใบ ก็พอแล้ว จุดสำคัญคือใช้คุ้มค่าแค่ไหน ปกติถ้าไปช็อปปิ้ง หรือเดินทางใกล้ๆ ผมก็จะติดไปด้วย เวลาซื้อของก็ไม่รับถุงพลาสติก ถ้าทำอย่างนี้คนละนิดละหน่อย ผมว่าโลกคงร้อนช้าลงบ้างครับ
ถ้าเป็นไปได้ ผมว่าการสังสรรค์ รื่นเริง บันเทิงจ๋าเนี่ย มันใช้พลังงานเยอะ ใช้ทรัพยากรแยะ มีปาร์ตี้สักที ก็สิ้นเปลืองหลายอย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เผาผลาญโลก เผาผลาญเงินด้วยครับ อันนี้ไม่ได้ต่อต้านใครครับ แต่จะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะจัดกันให้น้อยลงบ้าง"
หากเราเรียนรู้และร่วมมือกัน ปัญหาโลกร้อนคงจะทุเลาเบาลงบ้าง ทั้งหมดคือความคิดอ่านของเด็กปี 4 คนหนึ่ง แล้วคุณล่ะ!!







