
งาช้างหายงานช้างศุลกากร
การลักลอบนำ “งาช้าง” นับร้อยกิ่งออกจากโกดังเก็บของกลางกรมศุลกากร ด่านท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิอย่างอุกอาจ กำลังใกล้จะได้ตัว “มือมืด” ที่กระทำผิด
การลักลอบนำ “งาช้าง” นับร้อยกิ่งออกจากโกดังเก็บของกลางกรมศุลกากร ด่านท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิอย่างอุกอาจ กำลังใกล้จะได้ตัว “มือมืด” ที่กระทำผิด
โดย...ทีมข่าวการเงิน
การลักลอบนำ “งาช้าง” นับร้อยกิ่งออกจากโกดังเก็บของกลางกรมศุลกากร ด่านท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิอย่างอุกอาจ กำลังใกล้จะได้ตัว “มือมืด” ที่กระทำผิด
งาช้างเหล่านี้นำเข้ามาจากแอฟริกาตาม “ใบสั่ง” ของกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ในคราบข้าราชการ คนชุดสีกากี และคนชุดสีเขียว
ใบสั่งเหล่านี้จะกระจายไปยังลูกค้าที่มีความต้องการ ไล่ตั้งแต่นักสะสมของป่า ไปจนถึงเศรษฐีที่ชอบตกแต่งบ้านด้วยของหายากสวยๆ งามๆ
ทั้งที่งาช้างได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือที่รู้จักกันว่าเป็นอนุสัญญาไซเตส
แต่ที่ผ่านมามีขบวนการที่อาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย และปล่อยให้มีการนำเข้ามาผ่านด่านศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างง่ายดาย
บางกรณีมีการจับได้และนำมาแถลงข่าวใหญ่โต แต่เมื่อเก็บของกลางไว้ในโกดังก็จะมีคนเข้าไป เคลียร์สินค้าออกมาอย่างอุกอาจ
กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้น พบว่างาช้างของกลางหายไปกว่า 40 ล้านบาท ของที่หายส่วนหนึ่งเป็น “ล็อตใหญ่” ที่จับในสมัยที่นายสมชัย สัจจพงษ์ เป็นอธิบดีกรมศุลกากร เมื่อเดือน ก.ค. 2553
เรื่องที่แดงขึ้น เพราะเกิดปัญหาการเคลียร์กันไม่ลงตัว และเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นระหว่างที่ของลงจากเครื่องบิน
เมื่องาช้างล็อตเจ้าปัญหาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่คนที่รับ “ใบสั่ง” มา ยังไม่ทันตั้งตัว เลยเกิดความผิดพลาดขึ้น
สุดท้ายต้องยอมนำงาช้างกว่า 100 กิ่ง พร้อมนอแรด 1 ชิ้น ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชน เพราะจำนนด้วยหลักฐาน
ท่ามกลางเสียงกัดฟันกรอดๆ ของ “ไอ้โม่ง” ที่อยู่เบื้องหลัง!!!
แต่เมื่อเรื่องเงียบลง นายใหญ่ก็สั่งให้คนเข้าไปเคลียร์ และนำของกลางออกมาจากโกดังเก็บใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
งานนี้ร้อนถึง นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร ต้องสั่งให้คนไปแจ้งความดำเนินคดีกับ สน.ราชาเทวะ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
พร้อมมอบให้มือปราบ อย่าง วิศาล วุฒิศักดิ์ศิลป์ ที่ปรึกษาด้านควบคุมระบบทางศุลกากร เข้ามาร่วมตรวจสอบในเรื่องนี้ โดยนายประสงค์ ระบุว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการควบคุมของกลางที่ด่านศุลกากรสุวรรณภูมิอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำรอย
“โดยเฉพาะงาช้าง ถ้าจับได้เมื่อไหร่จะย้ายของกลางไปให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เก็บไว้ทั้งหมด” นายประสงค์ ระบุ
ขณะที่การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราชาเทวะ ก็คืบหน้าไปทุกขณะ โดยสามารถจับกุมชิปปิงได้ 1 คน และออกหมายเรียกข้าราชการกรมศุลกากรที่เกี่ยวข้องอีก 3 คน
พร้อมกันนั้น เตรียมขยายผลลุยเครือข่ายลักลอบนำเข้าซึ่งกระทำเป็นขบวนการ ไล่ตั้งแต่ผู้บริหารของกรมศุลกากรเอง และกลุ่มชิปปิงผี ที่หากินกับของเถื่อนในสนามบินสุวรรณภูมิ
จากนั้นอาจนำไปสู่การเชื่อมโยงกับกลุ่มนักการเมืองใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการใช้อำนาจนำเข้าสินค้าในสนามบินสุวรรณภูมิอย่างไม่ถูกต้องที่อยู่เบื้องหลัง
งานนี้ต้องวัดฝีมือของอธิบดีกรมศุลกากรว่าจะกล้าลงดาบฟันผู้กระทำผิดแค่ไหน หรือจะตัดตอนดำเนินคดีแค่ปลาซิว ปลาสร้อย ซี 6 ซี 7 เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่มีแบ็กดีคงทำไม่ได้
ยิ่งเมื่อข้อเท็จจริงพบว่าขบวนการลักลอบนำของกลางออกมาจากโกดังทำกันมานานแล้ว ยิ่งทำให้อธิบดีกรมศุลกากรงานเข้า ต้องล้างบางเรื่องนี้เป็นการใหญ่
ควบคู่ไปกับการทลายเครือข่ายการรับซื้อสินค้าเถื่อนของบรรดานักสะสม ที่ตอนนี้มี “บัญชี” อยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าแหล่งใด พื้นที่ใดที่รับซื้องาช้างจากแก๊งมิจฉาชีพ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วย
จากงาช้างดูท่าจะเป็นงานช้างของอธิบดีกรมศุลกากรเสียแล้ว!!!







