
'พริษฐ์' เผย พรรคประชาชนพร้อมหารือ 'ภูมิใจไทย' ปมซักฟอก 151 รัฐบาล
'พริษฐ์' เผย พรรคประชาชนพร้อมหารือ 'ภูมิใจไทย' และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ปมซักฟอก 151 รัฐบาล แนะ 'นายกฯอิ๊งค์' ควรใช้จังหวะนี้ืทบทวนตัวเอง
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทยประกาศเตรียมยื่นอภิปรายไม่วางใจ นายกแพทองธาร อ้างอิงตามมาตรา 151 พร้อมเชิญฝ่ายค้านร่วมด้วย
นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า ในมุมของพรรคประชาชน เราวางหลักการไว้ 3 ดังนี้
1. ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้านและในฐานะพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านมาอย่างต่อเนื่องและตลอดสภาชุดนี้ เรายืนยันอยู่แล้วว่าเราจะใช้ทุกกลไกของสภา
-ในการตรวจสอบรัฐบาล
-ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
- ในการแก้ปัญหาให้กับประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นกลไก 151 ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ไม่ว่าจะเป็นกลไกเรื่องการอภิปรายร่วมกับรัฐสภาตามมาตรา 155 หรือไม่ว่าจะเป็นกลไกที่เราเห็นกันทุกสัปดาห์อย่างการประชุมกรรมาธิการ
ดังนั้นตนคิดว่าเราต้องยืนยันคือท่ามกลางสภาวะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็เริ่มสูญเสียความไว้วางใจต่อรัฐบาลมากขึ้น ทางเราก็พร้อมจะเป็นตัวแทนการตรวจสอบรัฐบาล และแก้ปัญหาให้กับประเทศผ่านทุกกลไกของสภา ยืนยันว่ากลไก 151 เป็นอาวุธที่มาแน่นอน
2.อาวุธ 151 เป็นอาวุธที่ทรงพลัง เป็นอาวุธที่ต้องใช้อย่างแม่นยำ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญอาวุธ 151 เป็นอาวุธที่ใช้ได้แค่ 1 ครั้งต่อปีสมัยประชุมคือตั้งแต่ 3 กรกฎาคม 68 ที่กำลังจะมาถึงไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคมปี 69 เราจะสามารถใช้อาวุธนี้ได้แค่ครั้งเดียว
ในมุมนึงการใช้อาวุธนี้หากจะใช้ต้องหวังผลไม่ว่าจะหวังผลเกี่ยวกับการลงมติในสภา หรือไม่ว่าจะเป็นการหวังผลในการนำเสนอความชอบธรรมประการต่างๆของรัฐบาล ในมุมนึงเราไม่ต้องการให้การใช้อาวุธนี้มันเสียของ
เพราะหากเราเลือกใช้อาวุธนี้ ไปสมมุติว่าใช้ไปแล้วนายกรัฐมนตรีอาจจะพ้นจากตำแหน่งด้วยวิธีการอะไรก็ตาม กลายเป็นว่าเราจะไม่สามารถใช้อาวุธนี้ได้อีกแม้จะมีนายกคนใหม่ก็ตาม
นายพริษฐ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ด้วยปัจจัยและข้อจำกัดเหล่านี้ตนคิดว่า 151 มาแน่ แต่ว่าต้องใช้อย่างแม่นยำ เราเองก็จะมีการหารือเหมือนกับที่เราหารือกันมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการยื่น 151 และก็จะมีการหารือกับทางพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยเช่นกันเพื่อสรุปร่วมกันว่าเวลาที่เหมาะสมเป็นอย่างไร
แต่ต้องยืนยันว่าการให้เหตุผลของทางรัฐบาลที่บอกว่าเพิ่งมีการตั้งรัฐบาลใหม่ต้องให้เวลาก่อนคงไม่เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นเพราะว่านายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันก็ทำงานมาอย่างต่อเนื่องแม้ครม.จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง รัฐมนตรีบางคนตนเชื่อว่าการที่จะมาอยู่ในครม.ใหม่ก็เป็นคนที่ทำงานมาตั้งแต่ครม. ชุดที่แล้ว
เพราะฉะนั้นยืนยันว่า 151 มาแน่แต่จังหวะเวลาต้องหารือร่วมกันและอย่างน้อยที่สุดคงต้องรอดูก่อนว่าครม.ที่กำลังจะจัดตั้งนั้นประกอบไปด้วยรัฐมนตรีใครบ้างกระทรวงไหนบ้าง จะได้สรุปได้ถูกว่านอกจากนายกรัฐมนตรีแล้วเราจะยื่น 151 กับรัฐมนตรีคนไหนอีกบ้าง
3.ในระหว่างที่เราหารือกัน อยากสื่อสารไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ว่าอยากให้ใช้เวลาช่วงนี้ทบทวนในการทำหน้าที่ของตนเอง เข้าใจว่าสถานการณ์ณปัจจุบันมันมีหลายมิติเข้ามา
ดังนั้นการตัดสินใจของรัฐบาลก็อาจจะมีผิดบ้าง ถูกบ้าง เราในฐานะฝ่ายค้านก็พยายามเสนอแนะรัฐบาล ถ้าเราเห็นว่าเป็นไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องแต่ตนคิดว่าคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นั้นคือเมื่อไหร่ก็ตามที่เราตัดสินใจผิดพลาดไปเราต้องรู้ตนเอง
การที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวานแสดงเหมือนกับว่าคลิปที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศตนคิดว่ามันสะท้อนให้เห็นว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้ทบทวนอย่างจริงจังว่าข้อผิดพลาดที่ตนเองได้ทำมาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
ดังนั้นในระหว่างที่พักร่วมฝ่ายค้านกำลังหารือกันเรื่อง 151 อยากให้นายกใช้เวลาช่วงนี้ในการทบทวนตนเองจริงๆว่าพร้อมจะทำหน้าที่ตรงนี้ต่อหรือไม่ พร้อมจะเป็นหัวเรือในการแก้ปัญหาที่รุมเร้าประเทศเราหรือไม่
ถ้าทบทวนแล้วคิดว่าตัวเองไม่สามารถเรียกความไว้วางใจกับประชาชนกลับคืนมาได้เขาประชาชนก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าทางออกที่ดีที่สุด คือการยุบสภาก็คืออำนาจให้กับประชาชน
เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีการตัดสินใจยื่น 150 ไปแล้วการตัดสินใจของนายกและการยุบสภาและคืนอำนาจให้กับประชาชนจะไม่มีต่อไปเพราะหากยื่น 151 แล้วไม่สามารถยุบสภาได้
ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศออกไปว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายพริษฐ์ระบุว่า ถือว่าเป็นไอเดียที่ฝ่ายค้านน้องใหม่โยนเข้ามาผ่านเวทีสื่อมวลชน
แต่ว่าในเชิงทางการเรามีการนัดสส.ไว้อยู่แล้วในการหารือเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการให้ข่าวจากทางภูมิใจไทยเมื่อวาน และเมื่อได้ข้อสรุปภายในพรรคก็จะมีการหารือร่วมกับพรรคอื่นเช่นกันเพราะว่าตอนนี้ต้องยอมรับว่าพอมีการเปลี่ยนองค์ประกอบของรัฐบาลก็มีหลายอย่างที่ต้องตัดสินใจร่วมกันไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่อง151 หรือเรื่องของการตั้งวิปค้านชุดใหม่ให้เป็นไปตามสัดส่วนของพรรคฝ่ายค้านเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงสาเหตุที่ยังไม่ยื่นเพราะมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่าปัจจัยไม่ใช่เรื่องข้อมูลแต่เป็นเรื่องของเวลา เพราะเป็นอาวุธที่ใช้ได้ 1 ครั้งต่อปี
ตนคิดว่าเรื่องนี้เราพร้อมจะหารือกับทางพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ คิดว่าทุกคนก็เห็นถึงสถานการณ์และเห็นถึงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของนายก และหากพูดถึงข้อมูลที่พรรคภูมิใจไทยมีต้องเอามากางและพูดคุยกันเพราะถ้าเป็นข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการทำงานของการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาในมุมนึงถ้ามีการนำเสนอต่อสังคมก็อาจจะทำให้ได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นว่าทำไมเราถึงไม่ควรให้ความไว้วางใจกับรัฐบาลชุดนี้
แต่มันก็จะเป็นคำถามกลับไปเหมือนกันว่าที่ผ่านมามีข้อมูลนี้มาตลอดทำไมถึงพึ่งนำเสนอต่อสังคมตรงนี้







