
เล็งฟ้องศาลโลกคดีวีระ-ราตรี
ทนายกลุ่มคนไทยฯ เล็งฟ้องรัฐบาลกัมพูชาต่อศาลโลก เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยคดีวีระ-ราตรี ด้าน กต.ยันพร้อมช่วยเหลือ ขณะที่สุเทพผิดหวังคำตัดสินแรงไป แต่สามารถอุทธรณ์ได้
ทนายกลุ่มคนไทยฯ เล็งฟ้องรัฐบาลกัมพูชาต่อศาลโลก เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยคดีวีระ-ราตรี ด้าน กต.ยันพร้อมช่วยเหลือ ขณะที่สุเทพผิดหวังคำตัดสินแรงไป แต่สามารถอุทธรณ์ได้
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า แนวทางการให้ความช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่ถูกศาลกัมพูชาพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญานั้นคงต้องรอดูการตัดสินใจของทั้งสองคนว่าจะยื่นอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีจนถึงที่สุดตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่
ทั้งนี้รัฐบาลเตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือคนไทยทั้งสองอย่างเต็มที่ โดยหากไม่มีการยื่นอุทธรณ์ก็ถือว่าคดีสิ้นสุดซึ่งจะสามารถใช้แนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยหารือกับคนไทยทั้งสอง
ด้านนายณฐพร โตประยูร ทนายความกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยกับคนไทยทั้งสองแล้วได้ข้อสรุปว่าจะยื่นอุทธรณ์ในวันนี้(2ก.พ.) เพื่อต่อสู้คดีจนถึงที่สุด พร้อมทั้งยื่นขอประกันตัวด้วย อย่างไรก็ตาม นายวีระยืนยันว่า จะไม่ขอรับการอภัยโทษ
นายณฐพรกล่าวต่อว่า สิ่งที่เห็นคือศาลไม่มีความเป็นธรรม กรณีทั้ง 2 คนถูกตั้ง 3 ข้อหาเหมือนกัน แต่โทษแตกต่างกัน ซึ่งสร้างความแปลกใจและถือว่าไม่มีมาตรฐาน ทั้งนี้ ในการดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ ได้ประสานองค์กรระหว่างประเทศที่ขณะนี้ให้ความสนใจพอสมควร จะอาศัยรัฐบาลคงไม่ได้
"มั่นใจในหลักฐานต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ ยัน 2 คนไทยไม่ได้ล้ำดินแดน เชื่อคำตัดสินเป็นเรื่องการเมือง เตรียมแถลงข่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิเที่ยงวันนี้" นายณฐพรกล่าว
นอกจากนี้ ตนเองจะนำเรื่องขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อฟ้องรัฐบาลกัมพูชา และให้เข้ามาเป็นตัวกลาง เนื่องจากไม่ไว้ใจว่ากัมพูชาจะให้ความเป็นธรรมในการต่อสู้คดี โดยเฉพาะเรื่องเอกสารพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นคำร้อง
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงคำตัดสินของศาลกัมพูชา ที่ลงโทษ นายวีระ สมความคิด และ นางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ด้วยการจำคุก ว่า ในฐานะคนไทยถือว่าเป็นคำตัดสินที่รุนแรง แต่ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการตัดสินของศาล และถือว่าคดียังไม่ยุติ สามารถอุทธรณ์ได้ ทั้งนี้ ทุกฝ่ายควรรับฟังการตัดสินของศาลและไมทำให้เกิดชนวนความบาดหมางของทั้งสองประเทศ
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า การขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการตัดสินใจของ นายวีระ และ นางสาวราตรี และครอบครัวที่ต้องดำเนินการเมื่อคดีถึงที่สุด ส่วนรัฐบาลจะเร่งหาทางเจรจาต่อไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ความสัมพันธ์ของสองประเทศยังถือว่าอยู่ในระดับที่แก้ไขได้ และกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์ รวมทั้งเรื่องการออกแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชา ที่ยืนกรานไม่ปลดธงชาติและรื้อถอนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ
ส่วนการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายสุเทพ ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่สลายการชุมนุม แต่จะดูแลไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมสร้างปัญหาโดยรวมให้กับประชาชน รวมถึงจะไม่ยอมให้มีการเผาสถานที่ราชการทั้งของไทยและของกัมพูชา







