posttoday
สธ.ดิ้นสู้ปมชั้น14 กฤษฎีกาชี้ อนุฯจริยธรรมร่วมประชุมแพทยสภาได้

สธ.ดิ้นสู้ปมชั้น14 กฤษฎีกาชี้ อนุฯจริยธรรมร่วมประชุมแพทยสภาได้

17 มิถุนายน 2568

กฤษฎีกายัน กรรมการแพทยสภาเคยเป็นอนุฯจริยธรรม ไม่ขัดหลักความเป็นกลาง ร่วมประชุม-ลงมติยืนยันโทษหมอรักษาทักษิณ ชั้น 14 รพ.ตำรวจได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 กระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือถึงนายปกรณ์ นิลประพันธ์เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สอบถามกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา) ใช้อำนาจตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ยับยั้งมติของคณะกรรมการแพทยสภาที่ลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม 3 ราย กรณีการเข้ารักษาตัวรพ.ชั้น14 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และส่งเรื่องให้คณะกรรมการแพทยสภาพิจารณายืนยันมติอีกครั้ง โดยต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสาม

ประเด็นสำคัญที่หารือ คือ กรรมการแพทยสภาบางรายเคยเป็นอนุกรรมการใน “คณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม” ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาและเสนอความเห็นในคดีจริยธรรมมาก่อน จะสามารถเข้าร่วมการประชุมและออกเสียงยืนยันมติได้หรือไม่ โดยจะถือว่าเข้าข่าย “มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลาง” ตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 หรือไม่
 

ข้อพิจารณาและข้อสรุปของคณะกรรมการฯ มีดังนี้

ลักษณะของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เป็นหน่วยงานที่แพทยสภาแต่งตั้งขึ้นตามข้อบังคับ ว่าด้วยโครงสร้างการบริหาร พ.ศ. 2547 เพื่อช่วยพิจารณาเอกสาร สำนวน และข้อเสนอแนะจากคณะอนุกรรมการสอบสวนและคณะอนุกรรมการจริยธรรม และเสนอความเห็นประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการแพทยสภา

บทบาทของกรรมการแพทยสภาในฐานะอนุกรรมการ

กรรมการแพทยสภาที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม ได้ทำหน้าที่ตามข้อบังคับและอำนาจของแพทยสภา เพื่อเตรียมข้อมูลประกอบการพิจารณา ไม่มีอำนาจออกคำสั่งหรือวินิจฉัยชี้ขาดอย่างเป็นทางการ จึงมิใช่การมีส่วนร่วมในการตัดสินขั้นสุดท้ายที่อาจก่อให้เกิดอคติหรือความไม่เป็นกลางในการลงมติ

ข้อเปรียบเทียบทางกฎหมายและแนววินิจฉัยที่เกี่ยวข้อง

จากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 860/2557 และ 1795/2559) รวมถึงความเห็นคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (เรื่องเสร็จที่ 682/2568) ได้วินิจฉัยว่า การดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการกลั่นกรองข้อมูลและเสนอความเห็นก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแพทยสภา มิใช่การออกคำสั่งทางปกครองโดยตรง

คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเห็นว่า กรรมการแพทยสภาที่เคยเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม ไม่อยู่ในสถานะที่ขัดกับหลักความเป็นกลาง ตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ดังนั้น สามารถเข้าร่วมประชุมและลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา เพื่อยืนยันมติเดิมได้

ที่มาประกอบเนื้อหาข่าว
 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว