
ตู่หย่าศึกเพื่อไทย!ขอเฉลิมร่วมอภิปราย
ตู่หย่าศึกเพื่อไทยร้าว! ขอ "เฉลิม" ร่วมอภิปรายหลังขุนพลฝั่งธนประกาศไม่ร่วมซักฟอก ส.ส.วิเคราะห์ปมปฏิวัติ ชี้ให้จับตา บ้านหลายเสา บ้านลาดพร้าว เคลื่อน
ตู่หย่าศึกเพื่อไทยร้าว! ขอ "เฉลิม" ร่วมอภิปรายหลังขุนพลฝั่งธนประกาศไม่ร่วมซักฟอก ส.ส.วิเคราะห์ปมปฏิวัติ ชี้ให้จับตา บ้านหลายเสา บ้านลาดพร้าว เคลื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันอังคารที่ 1 ก.พ. แกนนำพรรคได้แจ้งต่อส.ส.ว่า เมื่อเร็วๆนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มายืนยันว่าการเลือกตั้งทั่วประเทศที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดเป็นช่วงไหน พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้พรรคเพื่อไทยกวาดที่นั่งส.ส.ให้ได้มากที่สุด และกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพราะจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่พ.ต.ท.ทักษิณได้กลับประเทศ
นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมีส.ส.และอดีต ส.ส.เข้ามาสังกัดพรรคอีกจำนวนมาก เนื่องจากผลงานและนโยบายที่ผ่านมาได้สร้างความมั่นใจกับประชาชน สำหรับสถานการณ์การชุมนุมนอกสภา ที่มีกลุ่มพันธมิตรฯออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลนั้น ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว แต่ให้จับตาดูสถานการณ์เพื่อไม่ให้มีการปฏิวัติ เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในเรื่องนี้ ถ้าหากมีการปฏิวัติจริงๆจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้ประเทศยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
การประชุมพรรคครั้งนี้ได้มีการแจกเสื้อแจ็กเก็ตสีขาว ขลิปแดง ข้างหลังสกรีนการ์ตูนรูป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเขียนข้อความ ทักษิณ ชินวัตร ด้วย นอกจากนี้ยังมีการแจกหนังสือ เศรษฐกิจคิดแบบแดง ซึ่งเขียนโดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย และหนังสือเรดพาวเวอร์ ด้วย
บรรยากาศในห้องประชุมมีการหารือถึงการเลือกผู้นำอภิปรายฯ หลังที่ประชุมมีมติให้นายมิ่งขวัญ รับหน้าที่ผู้นำอภิปรายฯแล้ว ก็ได้เสนอต่อที่ประชุมว่าขอให้หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค โฆษกฯและประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ห้องแถลงข่าว โดย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค คัดค้านว่าที่ผ่านมา มติการเลือกผู้นำอภิปรายฯจะมอบให้โฆษกพรรคแถลงข่าว ทำให้ส.ส.กลุ่มที่สนับสนุนนายมิ่งขวัญ ต่างลุกขึ้นเสนอว่าควรให้มีการแถลงในห้องประชุมส.ส.ที่ชั้น 2 นี้เลย
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวขึ้นมาว่า ให้ทีมโฆษกพรรคฯเชิญผู้สื่อข่าวขึ้นมาห้องประชุมส.ส.เพื่อมาแถลงข่าว อย่างไรก็ดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ลุกขึ้นกล่าวโดยตำหนิกลุ่ม ส.ส.มิ่งขวัญว่า อยากให้รักษาน้ำใจกันไว้บ้าง บางครั้งคนเชียร์ก็เชียร์ออกนอกหน้าไป ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย ขณะนี้เรามีศัตรูเยอะอยู่แล้ว ก็ไม่ควรที่จะไปเชียร์ออกนอกหน้าผ่านสื่อให้มากนัก ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากที่ประชุม จนทำให้ส.ส.กลุ่มที่สนับสนุนนายมิ่งขวัญ อาทิ นายไพจิต ได้หยุดพูดลง จากนั้นจึงมีการเชิญสื่อมวลชนมาทำข่าว เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้มีการประชุมกันต่อ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การอภิปรายฯครั้งนี้ไม่ขอร่วมอภิปรายฯด้วย เพราะแนวทางไม่ตรงกัน แต่จะให้ข้อมูล
"ผมมันพวกดุเดือด ต้องกล่าวหาว่ารัฐบาลทำผิดอะไร ไม่ใช่เสนอนโยบายควบคู่ไปด้วย ต้องอภิปรายฯแบบกระทืบรัฐบาล วันนี้ไม่มีใครในพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เกลียดเฉลิม เพราะผมได้ฝากแผลเป็นไว้บนหน้าผากคนในพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ยังไม่มีสมบัติอย่าเพิ่งแบ่งโฉนด ขอให้ทำงานกันไปก่อน ผมเป็นคนเคารพมติพรรค แต่เมื่อผมได้แถลงข่าวชัดเจนว่าจะไม่ร่วม ก็อย่าให้ผมเสียคน เอาความเป็นเฉลิมให้เหลืออยู่ไว้บ้าง"
เมื่อถึงช่วงนี้ร.ต.อ.เฉลิม ได้พูดถึงข้อเสนอ3ข้อที่ได้พูดกับพรรคไว้ 1.พรรคไม่ควรก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดธานี ชี้แจงว่า ไม่มีใครก้าวข้าม ภาคเหนือ ภาคอีสาน ถ้าไม่ขายทักษิณแล้วจะไปขายใคร 2.ที่ขอให้พรรคเป็นเอกภาพ โดยที่ประชุมก็ยืนยันว่า กำลังทำให้เป็นเอกภาพภายในพรรคอยู่ ส่วนข้อ3 ที่ให้แบ่งโซนกทม.
เมื่อพูดถึงข้อนี้ นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงศ์ ส.ส.กทม. ก็ลุกขึ้นสนับสนุนทันทีว่า ควรแบ่งโซนกทม. เนื่องจากโซนธนบุรี มีถึง 11เขตปกครอง ดังนั้นต้องหาคนที่มีศักยภาพมาดูแล หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป การเลือกตั้งในกทม.ครั้งต่อไป พรรคจะแย่ ต้องกระจายอำนาจให้เหมือนกับภาคอีสาน ทำให้ส.ส.อีสานหลายคน ต่างลุกขึ้นมาสนับสนุนแนวคิดนี้ พร้อมกับระบุว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า สนามกทม.จะเป็นตัวตัดสิน ว่าพรรคจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ เป้าที่เราวางไว้ 270เสียง กทม.ถือเป็นตัวแปรสำคัญ ดังนั้นจะต้องให้ได้ส.ส.กทม.20คน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้ร.ต.อ.เฉลิม ได้เสนออีกว่า จะช่วยดูแลพื้นที่ฝั่งธนบุรีให้ โดยเฉพาะในเรื่องกลยุทธ เช่น การจัดอบรมและสัมมนาแกนนำพรรค อย่างไรก็ดีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม. ที่มีความสนิทสนามกับคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ยินดีรับฟังในหลักการไว้ แต่จะขอไปหารือกับภาคกทม.ก่อน
จากนั้นมีส.ส.ส่วนหนึ่งอาทิ น.ส.ฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา ได้ลุกขึ้นพูดต่อที่ประชุมว่า ในฐานะที่ได้เป็นตัวแทนส.ส.หญิง ในพรรค ให้เสนอต่อที่ประชุมว่าอยากให้การอภิปรายฯครั้งนี้เป็นแบบคู่ขนาน ที่มีทั้งสายบุ๋นและบู๊ โดยสายบุ๋น เป็นหน้าที่ของนายมิ่งขวัญ ขณะที่สายบู๊ ให้เป็นหน้าที่ของร.ต.อ.เฉลิม และนายจตุพร ทำให้นายจตุพร ลุกขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมว่า ผมขอเสนอให้ร.ต.อ.เฉลิม คิดใหม่ เพราะท่านถือเป็นไม้หนึ่ง การอภิปรายฯไม่ควรจะหน่อมแน้ม ถ้าขาดไปการอภิปรายฯจะขาดสีสัน โดยร.ต.อ.เฉลิม ก็รับฟัง ด้วยทีท่าที่อ่อนลง นายจตุพรจึงพูดต่อว่าจะขอฟังคำตอบจากร.ต.อ.เฉลิม อีกครั้ง ในที่ประชุมส.ส.พรรค วันที่ 8ก.พ. ทำให้ส.ส.ในห้องประชุมต่างปรบมืออย่างเกรียวกราว
จากนั้นมีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองต่อ โดยเฉพาะกระแสข่าวปฏิวัติ โดยพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้วิเคราะห์ว่า ขณะนี้ทหารมีรูปแบบการดำเนินการแบบเดียวกับครั้งยึดอำนาจเมื่อปี2549 ดังนั้นจึงอยากให้ช่วยกันจับตาบ้านหลายเสา และบ้านลาดพร้าวไว้ให้ดี ข้อมูลของนายจตุพร และโฆษกพรรคที่แถลงข่าวไปแล้ว ถือว่าใช่ทั้งนั้น เพียงแต่ขณะนี้มีผู้ใหญ่บางคนไม่เห็นด้วย จึงสงบไปชั่วคราว แต่การชุมนุมของพันธมิตรฯในครั้งนี้ ไม่ใช่การชุมนุมในลักษณะปกติ แต่เหมือนกับการเชิญแขก โดยล่าสุดได้เชิญให้คนมาชุมนุมเยอะๆ รวมทั้งเชิญกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมขับไล่รัฐบาล เหมือนมีเจตนาต้องการเกิดการปฏิวัติ
ล่าสุดที่นายอภิสิทธิ์เดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้มีบิ๊กรัฐบาลไปคุยกับกลุ่มพันธมิตร และคาดว่ากลุ่มพันธมิตรจะเสนอข้อเรียกร้องอีก 2 ประเด็น ที่เป็นการบีบให้เกิดการปฏิวัติ ซึ่งหากรัฐบาลทำไม่ได้อาจจะต้องยุบสภาหนี เห็นได้จากโมเดลของประเทศตูนิเซีย และอิยิปต์ ที่มีการปลุกกระแสชาตินิยม จนเป็นการเปิดประตูให้มีการยึดอำนาจ และการปฏิวัติครั้งนี้ไม่ใช่แค่ล้มรัฐบาล แต่เป็นการล้มกระดาน







