posttoday
รทสช.แตกตัว! ส.ส.เดินเกมใหม่ แลกเก้าอี้ ครม.

รทสช.แตกตัว! ส.ส.เดินเกมใหม่ แลกเก้าอี้ ครม.

07 มิถุนายน 2568

ศึกปรับ ครม. พลิกสมดุลอำนาจ รทสช.เผชิญจุดเปลี่ยน ส.ส.แตกตัวสู่ "โอกาสใหม่" จ่อรับตำแหน่งรัฐมนตรี แลกเสียงสนับสนุนรัฐบาลต่อ

รายงานพิเศษ: ปรับ ครม. จุดเปลี่ยน รทสช. สู่วงจร “โอกาสใหม่”

การปรับคณะรัฐมนตรีที่ถูกเลื่อนมาหลายเดือน กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสมการอำนาจของรัฐบาล โดยเฉพาะในกรณีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนภายใน จนนำไปสู่การแยกตัวของ ส.ส. บางกลุ่ม เปิดทางให้เกิดพรรคการเมืองใหม่ หรืออย่างน้อยที่สุดคือ “ฐานอำนาจใหม่” ที่พร้อมต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีในการจัด ครม. รอบนี้

 

ปมล่าช้าของ ครม. ไม่ได้อยู่ที่ดีลใหญ่ แต่ปัญหาในรทสช.

แม้ก่อนหน้านี้จะมีการคาดการณ์ว่า การปรับ ครม. จะเกิดจากแรงต่อรองระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย แต่เวลานี้ แรงสะเทือนสำคัญกลับมาจากภายใน รทสช. ที่เผชิญความขัดแย้งระหว่างแกนนำพรรคกับ ส.ส. บางกลุ่ม จนนำไปสู่การยื่นใบลาออกอย่างเงียบ ๆ และการเดินเกมเพื่อแยกตัวออกจากพรรคเดิม

ความไม่ลงรอยนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในพรรค แต่กระทบต่อสมดุลของพรรคร่วมรัฐบาลโดยตรง เพราะ ส.ส. ที่แยกตัวหลายรายยังยืนยันสนับสนุนรัฐบาลต่อไป และนั่นคือจุดเริ่มต้นของดีลใหม่ทางการเมือง

 

รทสช. : จากพรรคเฉพาะกิจ สู่จุดสิ้นสุดในรัฐบาล?

พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “พรรคเฉพาะกิจ” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วงเลือกตั้งปี 2566 แต่ในระยะหลังพรรคกลับไร้ทิศทางและความเป็นเอกภาพภายใน การแตกตัวของ ส.ส. จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า รทสช. อาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาลง และชื่อของพรรคอาจไม่ปรากฏในพรรคร่วมรัฐบาลอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ส.ส. บางส่วนที่แยกตัวออกไปยังคงอยู่ในฝั่งสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งทำให้พวกเขาอยู่ในฐานะ “ตัวแปรใหม่” ที่สามารถต่อรองได้โดยไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคเดิม

 

“โอกาสใหม่” กับตำแหน่งรัฐมนตรีที่รออยู่

การแยกตัวของกลุ่ม ส.ส. ไม่ได้หมายถึงการหลุดออกจากเกมการเมือง ตรงกันข้าม กลับเป็นโอกาสในการตั้งหลักใหม่ โดยมีการเปรียบเทียบโมเดลนี้กับกรณีของพรรคกล้า หรือพรรคเล็กที่พร้อมเจรจาเพื่อร่วมรัฐบาลแลกกับตำแหน่ง

คาดการณ์ว่ากลุ่มนี้อาจได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีระดับสูง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ซึ่งถือเป็นกระทรวงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยบางส่วนอาจถูกจัดสรรคืนให้พรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างสมดุลใน ครม. ใหม่

 

บทสรุป: ไม่ใช่แค่การปรับ ครม. แต่คือ “การจัดระเบียบพลังอำนาจใหม่”

การปรับ ครม. ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนตำแหน่งบุคคล แต่คือการรีเซ็ตพลังภายในรัฐบาล การแตกตัวของ รทสช. เปิดประตูให้กับโครงสร้างอำนาจชุดใหม่ และเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับกลุ่ม ส.ส. ที่ปรับตัวทันกับสถานการณ์

นี่คือบทพิสูจน์ว่า ในยุคการเมืองเปลี่ยนเร็ว นักการเมืองที่อ่านเกมขาดและปรับตัวไว จะไม่เพียงอยู่รอด แต่จะมี “โอกาสใหม่” รออยู่ตรงหน้า.

 

 

ที่มาเนื้อหาประกอบข่าว เนชั่นอินไซต์

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน