posttoday
เอาใจชาวนาตั้งโต๊ะซื้อข้าว2ล้านตัน

เอาใจชาวนาตั้งโต๊ะซื้อข้าว2ล้านตัน

01 กุมภาพันธ์ 2554

มาร์คไฟเขียวพาณิชย์ใช้เงิน2หมื่นล้านเก็บเข้าสต๊อก/ผงะข้าวเน่าคายุ้งฉางเกษตรกรอื้อ

มาร์คไฟเขียวพาณิชย์ใช้เงิน2หมื่นล้านเก็บเข้าสต๊อก/ผงะข้าวเน่าคายุ้งฉางเกษตรกรอื้อ

กขช.อนุมัติมาตรการดึงราคาข้าวเปลือกปี 2554 แต่ตีกลับแผนซื้อข้าวสารของพาณิชย์

เอาใจชาวนาตั้งโต๊ะซื้อข้าว2ล้านตัน นพ.มารุต

มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปี 2553/ 2554 ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยเปิดให้มีการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกปริมาณ 2 ล้านตัน มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ในราคาอ้างอิง เพื่อดึงปริมาณข้าวส่วนเกินออกจากตลาดระหว่างเดือน ม.ค.ต.ค. 2554

ทั้งนี้ ที่ประชุม กขช.ไม่อนุมัติมาตรการรับซื้อข้าวสารจำนวน 2 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นการชี้นำราคาตลาด โดยรับซื้อข้าวสารจากโรงสีผู้ส่งออกในราคานำตลาดไม่เกิน 5%

นพ.มารุต กล่าวว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรียืนยันว่ามาตรการรับซื้อข้าวสารเพื่อชี้นำตลาดที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และจากการรายงานราคาข้าวหอมมะลิไทยในเดือน ม.ค. 2554 ราคาลดลงประมาณ 45% แต่ปริมาณข้าวที่เกษตรกรผลิตได้ลดลง 1% ซึ่งถือว่าน้อยมาก หากเปรียบเทียบจากการชดเชยน้ำท่วมของเกษตรกร พื้นที่น่าจะเสียหายประมาณ 67 แสนไร่ และจำนวนข้าวน่าจะลดลง 2 ล้านตัน

ส่งผลให้นายกฯ มีความสงสัย จึงสอบถามในประเด็นดังกล่าวว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะราคาข้าวลดลง แต่สินค้าเกษตรตัวอื่นมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันปริมาณผลผลิตข้าวใกล้เคียงปีก่อน เพราะปริมาณผลผลิตนาดอนดี ขณะที่เรื่องราคากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ตอบหรือชี้แจงใดๆ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือกในโครงการรับฝากข้าวเปลือกในยุ้งฉางเกษตรกรเพื่อรอการจำหน่ายปี 2552/2553 ที่มีปริมาณข้าวครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน 141,260.62 ตัน แต่มีการขนย้ายข้าวเข้าคลังกลางปริมาณ 57,650.929 ตัน แต่ในจำนวนนี้มีข้าวดีเพียง 14,968.048 ตัน และที่เหลือจำนวน 42,686.861 ตัน เป็นข้าวที่เสื่อมคุณภาพทั้งหมด เนื่องจากมีการเก็บไว้เกิน 6 เดือน และในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวมีการใช้รถไถในการเก็บเกี่ยวจึงมีความชื้นสูง ทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพเกือบหมด

นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขา ธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน ยืนยันในที่ประชุมว่ารัฐบาลได้ระบายข้าวสารในสต๊อกออกไปแล้ว 4 ล้านตัน จากจำนวนข้าวในสต๊อก 5 ล้านตัน ทำให้เหลือข้าวสารที่เก็บไว้ในสต๊อกเพียง 1 ล้านตันเท่านั้น ทำให้รัฐบาลลดค่าใช้จ่ายค่าเก็บสต๊อกได้ 6,500 ล้านบาทต่อปี จากปกติที่รัฐบาลต้องเสียค่าเก็บข้าว 800 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 9,000 ล้านบาทต่อปี

นายไตรรงค์ยังระบุถึงราคาข้าวในสต๊อกที่ขายได้นั้น ราคาอยู่ที่ 80% ของราคาตลาด ซึ่งเป็นราคาที่รัฐบาลไม่เสียเปรียบมากนัก เพราะส่วนที่เหลืออีก 20% จะเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อในการขนส่งและปรับปรุงสภาพข้าว ทำให้เหลือกำไรไม่มากนัก ขณะที่ในอดีตรัฐบาลขายข้าวสารในสต๊อกของรัฐในราคา 60% ของราคาตลาด ซึ่งราคาดังกล่าวทำให้เอกชนมีกำไรมากพอสมควร

 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว