posttoday

“แพทองธาร” ประชุมเคาะแจก ดิจิทัลเฟส 3 คาดกว่า 2 ล้านคนได้ก่อนเดือน พ.ค.

10 มีนาคม 2568

จับตา “แพทองธาร” นั่งประธานบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ เคาะเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 วันนี้ ลุ้นกลุ่มวัยรุ่น 16-20 ปี 2 ล้านกว่าคนได้ใช้ก่อน เริ่มกลาง พ.ค. หรือต้น มิ.ย.นี้ ขณะที่ ก.คลังรื้อเงื่อนไขยกเลิกรายการสินค้าต้องห้าม พร้อมเปิดทางร้านค้ารายย่อยถอนเงินสดได้

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 วันนี้ (10 มีนาคม 2568) เวลา 10.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล  เตรียมพิจารณาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 สำหรับบุคคลทั่วไป ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ  

 

 หลังรัฐบาลดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปแล้ว 2 ครั้ง ผ่านการแจกเงิน 10,000 บาทเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ รวมประมาณ 17 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณกว่า 1.85 แสนล้านบาท

 

สำหรับกลุ่มบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้าย ที่จะได้รับเงินตามโครงการดังกล่าว ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐสำเร็จ จะต้องดูมติที่ประชุมว่าจะพิจารณาให้ทยอยใช้เงินดิจิทัลแบ่งเป็นเฟสหรือให้ใช้พร้อมกันทีเดียว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะให้กลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุ 16-20 ปี ที่มีประมาณ 2 ล้านกว่าคน งบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท ได้ใช้ก่อน  

 

ขณะที่การจัดทำแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งเป็นการดำเนินการของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือดีจีเอ ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ จึงคาดว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 จะเริ่มใช้จ่ายได้ในช่วงกลาง เดือน พ.ค.2568 หรืออย่างช้าต้นเดือน มิ.ย.2568

 

ส่วนการใช้จ่ายและร้านค้าที่เข้าร่วม คาดว่าจะยกเลิกการใช้เนกาทีฟ ลิสต์ หรือกลุ่มสินค้าห้ามซื้อ 19 รายการ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ทองคำ น้ำมันเชื้อเพลิง แต่เปลี่ยนมาเป็นการห้ามไม่ให้ร้านค้าบางประเภทเข้าร่วมแทน เช่น ผับ บาร์ ร้านขายสุรา หรือบุหรี่เพียงอย่างเดียว ร้านขายทอง ขายเพชร สถานีบริการน้ำมัน ร้านขายลอตเตอรี่ เป็นต้น ส่วนร้านโชห่วย ร้านธงฟ้า ร้านอาหารที่มีการขายสุราบุหรี่รวมอยู่ด้วยสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าสินค้าไหนซื้อได้หรือไม่ได้ ส่วนร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น ยังเข้าร่วมได้

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเสนอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการแคชเอาต์หรือการให้ร้านค้าถอนดิจิทัลออกมาเป็นเงินสดได้ง่ายขึ้น โดยจากเดิมร้านค้าที่ถอนเงินสดได้จะต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น เปลี่ยนมาเป็นร้านค้ารายย่อยที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ก็สามารถถอนเงินสด เพื่อจูงใจให้เข้าร่วม และให้มีเงินหมุนเวียนในผู้ประกอบการรายย่อยแทนรายใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม คลังยังคงเงื่อนไขให้ประชาชนใช้จ่ายครั้งแรกเฉพาะร้านค้ารายย่อยในอำเภออยู่ และกำหนดให้ร้านค้าต้องนำเงินดิจิทัลไปใช้จ่ายครั้งที่สอง หรือครั้งต่อๆไปกับร้านค้าด้วยกัน จากนั้นถึงจะเริ่มถอนเป็นเงินสดได้

ข่าวล่าสุด

พรรคประชาชนสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนกักตุนน้ำมันดันราคาพุ่ง6บาท