
ปูแดงบุกแจ้งความเอาผิดดีเอสไอ-สคบ.
เครือข่าย “ปูแดง” บุกโรงพักทุ่งสองห้อง แจ้งความเอาผิดดีเอสไอ-สคบ.ตรวจค้นไม่เป็นธรรม
เครือข่าย “ปูแดง” บุกโรงพักทุ่งสองห้อง แจ้งความเอาผิดดีเอสไอ-สคบ.ตรวจค้นไม่เป็นธรรม
วันนี้ (24 ม.ค.) กลุ่มสมาชิกปูแดงกว่า 100 คนได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่ดีเอสไอ และ สคบ.เข้าค้นบริษัท เบสท์ 59 ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไคโตซาน พร้อมทั้งสั่งระงับสินค้าทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถนำสินค้ามาขายได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
นายสาธิต แดงจันทร์ ตัวแทนกลุ่มสมาชิกปูแดง กล่าวว่า การสั่งระงับการจำหน่ายสินค้ารวมถึงให้หยุดกิจการ ทำให้สมาชิกขาดรายได้ไม่สามารถนำสินค้าออกไปจำหน่ายได้ ทำให้ประชาชนและเกษตรกรผู้รับสินค้าก็ได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้เชื่อว่าทางบริษัทต้องถูกกลั่นแกล้ง เพราะสินค้าที่ของปูแดงที่ส่งออกจำหน่ายนั้นก็ขายได้เป็นอย่างดีมีสมาชิกมาก รวมถึงสินค้าที่ได้มาตรฐาน ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน และสินค้ามีราคาถูกว่าสินค้าอื่นตามท้องตลาด นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายซึ่งเป็นสมาชิกและเกษตรกรทั่วประเทศเดินทางเข้าแจ้งความตามภูมิลำเนาบ้างบางส่วนแล้ว รวมทั้งหลังจากนี้ผู้เสียหายจะรวบรวมหลักฐานเพื่อนำไปเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การตรวจค้นบริษัท เบสท์ 59 ดีเอสไอดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้น เนื่องจากสืบสวนพบว่า พฤติการณ์ของบริษัทดังกล่าวเข้าข่ายความผิดกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจะเน้นระดมสมาชิกให้ได้จำนวนมาก เพื่อนำเงินของสมาชิกใหม่มาจ่ายให้กับสมาชิกเก่า ในที่สุดธุรกิจก็จะล้มและไม่สามารถนำเงินมาคืนให้กับสมาชิกใหม่ได้ อีกทั้งตรวจสอบแล้วพบว่ายอดตัวเลขการสั่งซื้อ 1 ล้านกว่ารหัส แต่มีสมาชิกจริงเพียง 10,000 กว่าคน
ดังนั้นหากปล่อยไว้นานกว่านี้ก็จะทำให้ความเสียหายลุกลามใหญ่โต ดีเอสไอและสคบ.จึงได้ขอหมายค้นเพื่อรวบรวมหลักฐานและดำเนินคดี ซึ่งศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ราย และจับกุมได้แล้ว 1 ราย ขั้นตอนขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน จากนั้นจะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







