นายกฯ แพทองธาร ยอมรับไทยรั้งท้ายอาเซียน เร่งอัดฉีดเศรษฐกิจปี 68
นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 หลังไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำสุดในอาเซียนในปี 2567 โดยตั้งเป้าผลักดัน GDP ให้โตถึง 3.5% จากที่สภาพัฒน์ฯ คาดการณ์ไว้เพียง 2.8%
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีoนอกสถานที่ บริเวณห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระบุว่าจีดีพีไตรมาส 4 ปี2567 เติบโตขึ้นเกือบทุกมิติ แต่ปัญหาสำคัญคือการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัว โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ซึ่งมีสัดส่วนถึง 75% ของประเทศ แม้ธนาคารพาณิชย์จะมีกำไร แต่การปล่อยสินเชื่อยังอยู่ในระดับต่ำ
รัฐบาลวางแผนแก้ปัญหาหลายด้าน ทั้งการเจรจากับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเพิ่มการปล่อยสินเชื่อ การกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
แม้จะดูในภาพรวมจีดีพี ปี2567 ของไทยถือว่ารั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน แต่จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาลจะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจจะทำให้ตัวเลขจีดีพีสามารถขยับขึ้นได้ ซึ่งกระทรวงการคลังตั้งเป้าไว้ที่ 3% และจะพยายามดันให้ถึง 3.5% เพราะฉะนั้นมั่นใจว่า เดือนที่เหลือของปี 2568 จะผลักดันกันอย่างเต็มที่
"เศรษฐกิจแย่มาเป็นพักใหญ่แล้ว เราไม่สามารถทำเพียงอย่างเดียวแล้วจะเกิดเรื่องมหัศจรรย์ได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน" นายกฯ กล่าว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่สะสมมายาวนาน


