
ขึ้นบัญชีดำทำป่วน คนจนส่อกู้เงินยาก
เอกชนรุมค้านใช้เครดิตบูโรขึ้นบัญชีดำค่าน้ำค่าไฟ
เอกชนรุมค้านใช้เครดิตบูโรขึ้นบัญชีดำค่าน้ำค่าไฟ
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการขยายฐานจัดเก็บข้อมูลค่าน้ำ ค่าไฟ ในศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร เพราะสร้างความวุ่นวายให้กับภาคเอกชน ต้องมีเอกสารเพิ่ม ขณะที่คนจนก็กระทบ เมื่อถูกขึ้นบัญชีดำจะกู้เงินไม่ได้ และต่อไปอาจขยายไปจัดเก็บฐานข้อมูลโทรศัพท์มือถืออีก
“หากเก็บฐานค่าน้ำค่าไฟได้” นายพงษ์ศักดิ์ระบุ
นอกจากนี้ ยังกระทบกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต้องดูว่าฐานการจัดเก็บและติดเครดิตบูโรให้ระยะเวลาเท่าใด เช่น ติดค่าน้ำค่าไฟ 1 เดือน แล้วติดบัญชีดำเครดิตบูโร ทำให้ขอสินเชื่อธนาคารไม่ได้ ยิ่งกระทบกับคนจนหนักขึ้นอีก
ทั้งนี้ หากมองว่าผู้ใช้รายใดที่ติดค่าน้ำค่าไฟเกินระยะเวลาที่กำหนด เช่น 3 เดือน 6 เดือน หน่วยงานนั้นก็ตัดค่าน้ำค่าไฟได้ทันที ไม่จำเป็นต้องมาขึ้นเครดิตบูโร ซึ่งมองว่าไม่เกี่ยวกันกับความสามารถในการจ่ายสินเชื่อในการกู้เงินกับแหล่งเงิน ส่วนฐานข้อมูลที่จะจัดเก็บคงไม่ต้องมาขอความร่วมมือกับเอกชน เพราะฐานข้อมูลก็สามารถหาจากรัฐวิสาหกิจที่ดูแลค่าน้ำค่าไฟได้อยู่แล้ว ขณะที่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า บางครั้งการไม่จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ก็เกิดจากการลืมหรือติดธุระเท่านั้น หรืออาจเกิดจากกรณีบิลที่จ่ายมีจำนวนเงินที่สูงผิดปกติ
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กลับเห็นด้วยกับการเก็บข้อมูล เพราะให้ความน่าเชื่อถือต่อวินัยทางการเงินของประเทศ และคงไม่มีปัญหาเรื่องของการเข้าถึงสินเชื่อของผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากถ้าลูกค้ามีวินัยทางการเงินก็จะทำให้ดอกเบี้ยปรับลดลงหากเหตุผลที่โดนขึ้นบัญชีดำเกิดจากความไม่ตั้งใจ ก็จะทำให้เสียเครดิตได้ “ผมไม่อยากออกความเห็นมากนักแต่ถ้าจะกำหนดขึ้นมาเป็นเงื่อนไขจริงๆก็คงทำได้ แต่อย่าลืมการไม่จ่ายค่าสาธารณูปโภคไม่เหมือนกับการเบี้ยวหนี้ เพราะถ้าไม่จ่ายก็ไม่มีน้ำหรือไฟฟ้าใช้ แต่ถ้าเบี้ยวหนี้ก็หนีไปเลยก็ได้ “นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่เครดิตบูโร ยืนยันว่า ประวัติการชำระค่าสาธารณูปโภคเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเงินกู้ หากประชาชนมีประวัติในการชำระที่ดี ก็แสดงวินัยการเงินมีโอกาสได้กู้มากขึ้นซึ่งมีโอกาส ที่สถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อหรือบริการมากขึ้นด้วยซ้ำไป







