posttoday
เลือกตั้งใหม่ : ความหวังของใคร

เลือกตั้งใหม่ : ความหวังของใคร

26 มกราคม 2554

...โกวิทย์ พวงงาม

ผมเห็นวาทกรรมคำโฆษณาว่า “เลือกตั้งใหม่ ความหวังของคนไทย” ทำให้ผมต้องกลับมาคิดมากขึ้นว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นใหม่จะเป็นความหวังของคนไทยจริงหรือไม่ หรือว่าจะเป็นความหวังของใคร และประชาชนจะได้ผลประโยชน์อย่างไร

ทั้งนี้ เพราะผมเห็นว่าการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2550 หรือย้อนหลังไปก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 25482553 นับว่าเป็นการเมืองที่เป็นปัญหาทางการเมืองมาโดยตลอด และการเมืองไร้เสถียรภาพของผู้ที่มาเป็นรัฐบาล นั้นก็คือ รัฐบาลไม่มีเวลาที่จะทุ่มเทการบริหารประเทศเพื่อการแก้ไขปัญหาของชาติ เพราะมัวแต่แก้ไขปัญหาทางการเมือง

การเมืองไทยที่ผมเห็นว่ามีปัญหามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันนั้น ก็คือการเมืองที่ไร้ธรรมาภิบาลของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการคอร์รัปชันในสังคมไทย อาทิ ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง จนต้องทำให้เกิดคดีความของนักการเมือง และมีการยุบพรรคการเมืองเกิดขึ้น มีปัญหาเรื่องการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง จนเป็นสาเหตุของความขัดแย้งและมีการประท้วงตามมา

ยอมรับความจริงว่าปัญหาการเมืองดังกล่าวข้างต้นนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากวิกฤตของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศที่ขาดธรรมาภิบาลและขาดคุณธรรมจริยธรรมในการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยร่วมกัน จนทำให้การเมืองไทยเข้าสู่ยุคที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากที่สุด ทำให้การเมืองไทยขาดจุดรวมของนักการเมืองที่จะหาเป้าหมายในการพัฒนาชาติร่วมกัน และการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเพื่อก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาของชาติ ที่ทุกคนเห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ข้อสติเตือนใจนี้จะเห็นจากคำกล่าวของฮิลลารี คลินตัน ที่ว่า

“ระหว่างหาเสียง เราขับเคี่ยวกันอย่างหนัก แถมยังพูดในสิ่งที่อาจจะไม่ค่อยดีต่อกัน แต่ในประเทศเรา เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง เราพยายามทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติในระบบของเรา เมื่อประธานาธิบดีขอให้คุณเข้ามาทำหน้าที่ คุณรู้สึกว่าควรทำเพื่อให้ประธานาธิบดีประสบผลสำเร็จ และประธานาธิบดีก็อาจจะขอให้คนจากรีพับลิกันมาทำงานให้ด้วย ไม่เฉพาะจากพรรคเดโมเครต” และอีกประโยคหนึ่งคือ

“ประเทศชาติต้องมาก่อน การเมืองมาแล้วก็ไป คนแพ้และชนะการเลือกตั้ง ทันทีที่การเลือกตั้งจบลง คุณอาจยังมีความเห็นด้านนโยบายไม่ตรงกัน แต่เราควรพยายามเดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ”

ผมจึงเห็นว่าคำกล่าวข้างต้นของฮิลลารี คลินตัน ทำให้เห็นว่า ธรรมาภิบาลของนักการเมืองไทยกับธรรมาภิบาลของนักการเมืองอเมริกันค่อนข้างจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจุดร่วมในเรื่องของเป้าหมายชาติที่จะต้องมีการทุ่มเทและเสียสละเพื่อผลประโยชน์ประเทศ เพื่อทำให้ประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาในสังคมไทยเป็นมรรคผล

ผมจึงไม่แน่ใจนักว่าการเลือกตั้งใหม่จะเป็นความหวังของคนไทยอย่างที่คาดหวังกันหรือไม่ ทั้งนี้เพราะผมมองว่าการเลือกตั้งไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หนก็วนเวียนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาเรื้อรังการทุ่มทุนซื้อเสียงของนักการเมืองที่ไร้ซึ่งธรรมาภิบาล จนทำให้การเมืองไทยของนักการเมืองก็คือการลงทุนในการเลือกตั้งเพื่อถอนทุนคืน และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดความรุนแรง

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบวัตถุระเบิด 40 ปอนด์ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งจะเป็นจุดที่ตั้งเวทีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และการตรวจพบวัตถุระเบิดชนิดต่างๆ จำนวนมาก ทั้ง RPG, M79, TNT ในห้องเช่าย่านบางมด โดยที่ผู้ต้องหาระบุชัดเจนว่าเป็นการเตรียมการเพื่อการก่อกวนหรือก่อความรุนแรงกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จะออกมาชุมนุมร่วมกับกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ

นอกจากนั้น กรณีการนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในทุกๆ เดือน เดือนละ 1 ครั้ง ก็ไม่ควรจะประมาท ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นทางการเมืองและอาจจะมีการผสมโรงของคนบางกลุ่มเพื่อก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นก็อาจจะเป็นได้ บทเรียนรู้สำหรับสังคมไทย การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งเริ่มจะมีพัฒนาการของการก่อความรุนแรงถึงขั้นพร้อมจะใช้อาวุธสงครามในการชุมนุมประท้วงและเผาสถานที่ราชการจนเกินเลยขอบเขตรัฐธรรมนูญ

ผมจึงไม่มั่นใจนักว่าหากจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หรือในอนาคตข้างหน้า สังคมการเมืองไทยจะเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีการสร้างสถานการณ์และการก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้เพราะสังคมการเมืองไทยได้ถูกแบ่งขั้วคนไทยไปตามความชอบและตามผลประโยชน์ที่ตนเองเพิ่งจะได้รับไปเรียบร้อย

ผมจึงเห็นว่าความรุนแรงในสังคมการเมืองไทยยังคงดำรงอยู่ ตราบใดที่นักการเมืองและกลุ่มการเมืองในสังคมไทยยังไม่เข้าใจต้นตอของปัญหาการเมืองไทยว่าเกิดจากอะไร และผมเห็นว่าปัญหาส่วนหนึ่งของการเมืองไทยเกิดจากการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ให้กับกลุ่ม หรือคณะของตนเองมากกว่าผลประโยชน์ประเทศ โดยขาดหลักธรรมาภิบาล

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดำเนินกันอยู่ในสภาเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเห็นว่ายิ่งแก้ยิ่งไม่เห็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนแต่อย่างใด ดังนั้น การแก้รัฐธรรมนูญ แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ จึงขอให้คิดกันเอาเองก็แล้วกันว่าเป็นความหวังของประชาชน หรือความหวังของใคร

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย