
ผ่าร่างประมวลกฎหมายแรงงาน บังคับใช้แรงงานไทยทั้งระบบไม่ทับซ้อน
"สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง" ปธ.กมธ.แรงงาน ระดมความเห็นผ่านงานสัมนา ยกร่างประมวลกฎหมายแรงงาน รวมกฎหมายคุ้มครองแรงงาน -แรงงานสัมพันธ์ -กม.ที่ใช้บังคับในแรงงานทั้งระบบ เพื่อทำให้การบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกัน
นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน มีหนังสือเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง "การรับฟัง ความคิดเห็นเพื่อยกร่างประมวลกฎหมายแรงงาน"วันที่ 26 ก.ค.2567 ระหว่าง 08.00-14.30น. ห้องจัดประชุมสัมมนา B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา เพื่อระดมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายแรงงานทั้งระบบและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกร่างประมวลกฎหมายแรงงาน
นายสฤษฏ์พงษ์ เคลื่อนไหวให้มีการยกร่างประมวลกฎหมายแรงงานขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่เมื่อมิ.ย.2567 เสนอไปยังประธานสภาฯ พร้อมด้วยบันทึกหลักการและเหตุผล และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบกับเอกสารการดำเนินการตามมาตรา774 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2560
โดยที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมายที่ใช้บังคับ ในภาคแรงงาน และระบบแรงงาน ได้กระจายอยู่ในกฎหมายหลายฉบับและการดำเนินการตามกฎหมายแต่ละฉบับ เป็นหน้าที่และอำนาจของหลายองค์กร ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีความสอดคล้องกัน
อีกทั้ง บทบัญญัติ ของกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรรรรวบรวมกฎหมายดังกล่าวจัดทำเป็นประมวลกฎหมายแรงงาน เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงและใช้กฎหมายที่จะรวมอยู่ในฉบับเดียวกันอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ได้มีการปรับปรุงบทบัญญัติในกฎหมายดังกล่าวให้เหมาะสม กับสภาพการณ์ปัจจุบัน
นอกจากนี้ จำเป็นต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดการบูรณากาการการทำงาน ของหน่วยงานของรัฐรวมทั้งภาคประชาสังคมทุกฝ้าย เพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพในการทำงานและคุณภาพชีวิต ของผู้ทำงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ รวมทั้งการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการบำรุงรักษา แรงงานให้มีความเข้มแข็ง สามารถนำพาประชาชนแข่งขันกับต่างประเทศ และสามารถพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพชีวิตของกำลังแรงงาน อันจะนำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขและความเป็นปีกแผ่นทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและการเมืองของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระระราชบัญญัตินี้
กฎหมายแรงงานของประเทศไทยในปัจจุบันมีเป็นจำนวนหลายฉบับ แม้จะครอบคลุมมิติด้านต่าง ๆ ทั้งสิทธิ หน้าที่ และการให้ความคุ้มครอง แต่ก็อยู่กระจัดกระจายหลายองค์กรเข้ามามีอำนาจบทบาทและหน้าที่ ดังนั้นหากมีการรวบรวมเอาไว้เป็นประมวลกฎหมายจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีความทับซ้อนกัน
กฎหมายแรงงานไทย ประกอบด้วย
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
- พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำทำที่บ้าน พ.ศ.2553
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 26562
- พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560
- พระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558
- พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
- พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554
- พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษนุษย์ พ.ศ.2551
- พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545
- พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
- พระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. 2537
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551
- พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
- พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2553







