
ปุกปิกลูกวัวกำพร้าเด็กวัดแสนรู้
ฮือฮาพบ"ปุกปิก" ลูกวัวกำพร้าแสนรู้ อาศัยอยู่กับพระในวัดเมืองสงขลา กินข้าวก้นบาตรเป็นอาหารหลัก
ฮือฮาพบ"ปุกปิก" ลูกวัวกำพร้าแสนรู้ อาศัยอยู่กับพระในวัดเมืองสงขลา กินข้าวก้นบาตรเป็นอาหารหลัก
นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางไปทำบุญที่วัดโรจนารม อ.จะนะ จ.สงขลา ต้องทึ่งกับเจ้า'ปุกปิก'ลูกวัวกำพร้าแสนรู้จนอาจต้องเลิกบริโภคเนื้อสัตว์เลยก็เป็นไปได้ เพราะนอกจากจะมีความสนิทสนมกับพระที่วัดโรจนารามแล้วยังมีนิสัยเชื่องและเดินตามพระตลอดไม่ว่าพระจะเดินไปไหนมาไหน สร้างความน่ารักน่าเอ็นดูให้กับประชาชนที่มาทำบุญที่วัดเป็นอย่างมาก
พระครูสุธรรมประภัสร เจ้าอาวาสวัดโรจนาราม บอกว่า ได้ตั้งชื่อเจ้าปุกปิกเป็นวัวเพศผู้ ตัวสีดำ วัย 1 ปี 5 เดือน เดิมที่วัดมีแม่วัวอยู่หนึ่งตัวที่ชาวบ้านนำมาบริจาค ทางวัดได้เลี้ยงดูเอาไว้ จนกระทั่งแม่วัวได้เกิดเจ้าปุกปิกออกมา ได้เพียง 3 เดือน ก็เกิดเหตุแม่วัวพลัดตกสระน้ำตาย จึงได้เหลือแต่เจ้าปุกปิกเพียงตัวเดียว
"อาตมาเอ็นดู จึงเลี้ยงให้อาหารกินอย่างเป็นประจำ จนไม่ว่าอาตมาจะเดินไปไหน มันก็จะเดินตามอาตมาตลอด กลางวันก็จะมานอนเล่นอยู่ที่ศาลาที่อาตมานั่งเป็นประจำ เมื่อก่อนตอนมันยังตัวเล็กอยู่ ชอบเข้ามาคลอเคลียกับอาตมาตลอด บางที่ก็เอาวัวมาตั้งบนตักอาตมา ชอบให้อาตมาลูบหัว เหมือนเด็ก แต่เดียวนี้มันตัวโตมากขึ้น จึงไม่ค่อยให้มานอนหนุนตักเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังมีบ้างที่เข้ามาคลอเคลียให้อาตมาลูบหัว”
เจ้าอาวาสวัดโรจนาราม บอกต่อว่า อาหารที่เจ้าปุกปิกชื่นชอบกินเป็นชีวิตจิตใจส่วนใหญ่ก็เป็นข้าวและผลไม้ที่ญาติโยมนำมาถวาย ข้าวก็จะกินข้าวเปล่า ไม่กินข้าวที่มีกับข้าว ส่วนผลไม้มันชอบกินเกือบทุกชนิด ทุกวันจะเอาข้าวเปล่าที่เหลือกับผลไม้ให้มันกิน โดยใส่ในกะลามังอาหารประจำของมัน
“เมื่อก่อนเวลาอาตมาจะไปบิณฑบาต ก็ต้องให้เด็กวัวล่ามมันเอาไว้ เพราะมันจะตามอาตมาออกไปด้วย เกรงว่า จะไปพลัดหลงหรือถูกรถชน แต่เมื่ออาตมากลับมาถึงวัดก็ปล่อยมันตามปกติ มันก็ไม่ออกไปไหน เพราะเห็นอาตมาอยู่ก็จะวนเวียนอยู่ใกล้ๆ นอกจากอาตมาแล้ว พระในวัดรูปอื่นรวมไปถึงญาติโยมที่มาทำบุญที่วัดเป็นประจำ ก็จะสนิทสนมคุ้นเคยกับเจ้าปุกปิกดี เข้าไปเล่นด้วยลูบหัวได้ ไม่ดุร้ายแม้รูปร่างของมันในตอนนี้จะใหญ่ขึ้นก็ตาม”
พระครูสุธรรมประภัสร์ บอกว่า เจ้าปุกปิกยังมีสูจิบัตรประจำตัวของมันเองซึ่งตนได้จดบันทึกวันเดือนปีเกิดเอาไว้ให้ ตั้งแต่เริ่มคลอดเมื่อวันที่5 มิถุนายน 52 ซึ่งตรงกับวันพฤหัสเดือนเจ็ด ซึ่งหลายคนเคยมาขอซื้อแต่ตนไม่ขายเพราะสงสารและผูกพันกันมากและจะเลี้ยงไว้อย่างนี้ตลอดไป ที่สำคัญได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวัดที่ญาติโยมมักจะมาหยอกล้อและให้อาหารมันด้วยความเอ็นดู
ตลอดเวลาที่นั่งคุยกับพระครูสุธรรมประภัสร เจ้าปุกปิก จะเข้ามาคลอเคลียตลอดเวลา พยายามเอาหัวมาดันๆให้พระครูสุธรรมประภัสรเอามือลูบหัว ผู้สื่อข่าวจึงให้ทางพระครูสุธรรมประภัสร แกล้งเดินออกไปจากศาลาที่นั่งคุยกันอยู่ ซึ่งเมื่อเจ้าปุกปิกเห็นก็รีบเดินตามออกไปทันที และเมื่อพระครูสุธรรมประภัสรเดินกลับมาเจ้าปุกปิกก็เดินตามกลับมาและคลอเคลียอยู่ตลอดเวลาเป็นภาพที่น่าเอ็นดู







