
สว.ดิเรกฤทธิ์เผย7คำถามถึงรัฐบาลบนเวทีอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ
สว.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เผย7คำถามถึงรัฐบาลบนเวทีอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ชี้ถือเป็นโอกาสได้ชี้แจงทั้งนโยบายแจกเงินดิจิทัล10,000 บาท ทำประชามติแก้ไขรธน.และการบังคับใช้กฎหมายยุติธรรมในภาพรวมไม่เฉพาะนักโทษชั้น14
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยว่าการขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 แบบไม่ลงมติ มี7ประเด็นคำถามสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาจะสอบถามจากรัฐบาล ซึ่งควรจะต้องอธิบายและรวมไปถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาทว่า สามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดกฎหมายหรือไม่ มีความจำเป็นหรือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจริงหรือไม่ รวมถึงขั้นตอน และวิธีการที่รัฐบาลจะใช้ดำเนินการ รวมถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย ที่ยังไม่โปร่งใส และมีการเลือกปฏิบัติในภาพรวมไม่เฉพาะบุคคลที่อยู่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจและการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยเฉพาะวิธีการประชามติ และการเลือกตั้ง สสร. รวมไปถึงประเด็นอื่นๆ
"การขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 โดยไม่มีการลงมติถือเป็นเรื่องที่ดีและมั่นใจว่า สว.ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนด้วยและมากกว่า84คนที่จะต้องลงชื่อซึ่งกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานก็เห็นพ้อง โดยมี 7 ประเด็นคำถามสำคัญที่รัฐบาล" นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว
นายดิเรกฤทธิ์ มองว่าการเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 จะเป็นโอกาสให้รัฐบาล ได้ให้ข้อเท็จจริง และชี้แจงข้อเคลือบแคลงสงสัยให้สังคมได้เข้าใจ และถือเป็นสิทธิหน้าที่อำนาจของวุฒิสภา ที่เป็น 1 ในนิติบัญญัติ ในการติดตามการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เพราะสว.ก็มีหน้าที่ในการติดตามการปฏิรูปประเทศเมื่อสว.จะหมดวาระแล้ว จึงอยากทราบทิศทางของรัฐบาลในการดำเนินการปฏิรูปประเทศต่ออย่างไร
ส่วนสาเหตุใด สว.จึงตัดสินใจเปิดอภิปรายรัฐบาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา ไม่เคยมีการขอเปิดอภิปรายมาก่อนทั้งที่มีอำนาจ นายดิเรกฤทธิ์ ระบุว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ได้มารายงานต่อวุฒิสภาทุกๆ3 เดือนและยังมีการทำงานร่วมกับกรรมาธิการฯของวุฒิสภา โดยตลอด แตกต่างจากรัฐบาลปัจจุบันที่มาจากการเลือกตั้ง และมีนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ต่อประชาชนเมื่อมีพันธะสัญญาประชาชนให้ความคาดหวังที่แตกต่างกันไปแล้วจึงต้องขับเคลื่อน ดังนั้น เวทีนี้ รัฐบาลก็จะได้โอกาสชี้แจงเพื่อไม่ให้ใครมากล่าวหาให้ร้ายอคติรัฐบาลได้







