'เดียร์ เกศปรียา' เล็งดำเนินคดีเธอผู้ทรงเกียรติในสภาใส่ร้ายมาตลอด5ปี
อดีตโฆษกพรรคเพื่อชาติ เดียร์ เกศปรียา แก้วแสนเมือง เล็งดำเนินคดี"เธอ"ผู้ทรงเกียรติในสภากระทำการใส่ร้าย ตลอด 5ปี ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ลั่นได้รับโอกาสทางการเมืองเพราะความสามารถ
เกศปรียา แก้วแสนเมือง อดีตโฆษกพรรคเพื่อชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า
เดียร์ตัดสินใจอยู่นานว่าจะออกมาพูดเรื่องนี้ดีไหม เพราะเรื่องที่เดียร์กำลังจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเดียร์ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องที่ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม แต่วันนี้ที่เดียร์ตัดสินใจออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองและรับไม่ได้กับการกระทำของ “ผู้หญิง”คนหนึ่งซึ่งเป็นถึงผู้ทรงเกียรติในสภา แต่กระทำการใส่ความเดียร์ให้เสียหาย
หลายท่านที่รู้จักเดียร์ดี จะทราบดีว่าอดีตเดียร์เป็นผู้ประกาศข่าวอยู่สถานีโทรทัศน์ช่องนึง / และเมื่อปี 2562 เดียร์ได้หันเหเส้นทางชีวิตของตัวเองจากสื่อมวลชนมาเป็นนักการเมือง ด้วยการเป็น “โฆษกพรรคการเมือง”
ตลอดระยะเวลาการทำงานในเส้นทางการเมืองที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่รู้จักเดียร์ในฐานะที่เป็นโฆษกพรรคการเมือง ที่ออกมารณรงค์สนับสนุนเรื่องผ้าอนามัยฟรีสำหรับผู้หญิง อีกทั้ง ประเด็นด้านความเท่าเทียมและสิทธิสตรี ก็เป็นสิ่งที่เดียร์ยึดถือและมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะขับเคลื่อนประเด็นนี้ นอกจากนี้ด้วยความที่เดียร์เป็นคนตรงไปตรงมา เวลาที่ออกมาพูดอะไรในพื้นที่สื่อก็จะกล้าพูด จนทำให้พี่ๆสื่อมวลชนให้ฉายาว่า “โฆษกฝีปากกล้า”
“ความเท่าเทียมและการต่อสู้ต่อความอยุติธรรม” เป็นแรงผลักดันให้เดียร์ลงสนามการเมือง เดียร์เชื่อว่าพวกเราทุกคนมีโอกาสที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับสังคมและประเทศชาติ แต่วันนี้สิ่งที่ต้องเผชิญและอดทนตลอดระยะเวลาในเส้นทางการเมือง 5 ปีที่ผ่านมากลับไม่ใช่เรื่องการทำงาน แต่เป็นเรื่องของการ “พยายามลดทอนคุณค่าของผู้หญิงด้วยกันเอง” และเดียร์คิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่เดียร์จะต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง เพราะเดียร์กำลังถูกกล่าวหาในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ
“เดียร์ถูกกล่าวหาว่า การได้รับโอกาสทางการเมืองของเดียร์ เพราะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้ใหญ่” ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงและสร้างความเสียหายกับชื่อเสียง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเดียร์อย่างมาก ถึงแม้เดียร์จะก้าวเท้าเข้ามาในเส้นทางการเมืองตอนอายุยังน้อย (เพียงแค่ 27 ปี ในตอนนั้น) แต่เดียร์ผ่านบททดสอบและสิ่งที่ต้องเผชิญระหว่างทางมากมาย เดียร์รู้ว่าการที่เดียร์ยืนอยู่จุดนี้ในวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เดียร์กล้าพูดได้เต็มปากว่า เดียร์พิสูจน์ตัวเองมาด้วยความสามารถ โดยพรรค ผู้ใหญ่ ความเชื่อมั่น ความเคารพ และสังคมที่มีเกียรติ ศักดิ์ศรี ที่เปิดโอกาสให้เดียร์เติบโต ไม่ใช่ตามที่กล่าวหา และเดียร์เองก็อดทนกับเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่เข้าแวดวงการเมืองมากว่า 5 ปี และเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเดียวที่ “เธอ” คนนั้นกล่าวหาเดียร์ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่เป็นความจริงเช่นเดียวกัน เรื่องอื่นเดียร์ยังพอทนได้ แต่เรื่องนี้เดียร์ยอมไม่ได้
“เส้นทางการเมือง” สำหรับเดียร์ตลอดเวลาที่ผ่านมา ให้ทั้งประสบการณ์ที่ดีและแย่ในเวลาเดียวกัน เดียร์เจอกับเรื่องราวที่ดีหลายอย่างที่สอนเดียร์ให้เป็นคนที่เต็มคน และเรื่องเลวร้ายที่หล่อหลอมให้เดียร์เป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้น ทั้งที่เราอยู่ในยุคของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม ผู้หญิงพยายามที่จะต่อสู้กับระบบชายเป็นใหญ่ให้เรามีความเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงๆ ผู้หญิงกันเองกลับมาลดทอนคุณค่าของตัวเอง แล้วแบบนี้ในฐานะที่ “เธอ” เป็นผู้แทนประชาชนจะสามารถตอบคำถามของประชาชนเรื่องนี้ได้อย่างไร
เดียร์ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้น เขาต้องการอะไร แต่ที่แน่ๆการกระทำของเขาสร้างความเสียหายชื่อเสียงของเดียร์ในวงการการเมืองอย่างมาก และเขาต้องหยุดการกระทำเหล่านั้นทันที
ท้ายสุดนี้ เดียร์เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง เดียร์มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ อีกทั้งขอบคุณทุกโอกาสที่ทำให้เดียร์ได้มีพื้นที่ในวันนี้ ผู้ใหญ่ทุกท่านที่เชื่อมั่นในตัวเดียร์และให้เกียรติเดียร์
ที่ออกมาพูดในวันนี้ คือ เดียร์จะไม่อดทนกับเรื่องนี้อีกต่อไป เพราะไม่งั้นเดียร์จะมีหน้าออกมาต่อสู้เรื่องสิทธิได้อย่างไร นับจากนี้ หากว่าเขายังไม่หยุดการกระทำดังกล่าว เดียร์ก็จะขอดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปให้ถึงที่สุดโดยจะไม่ขอยอมความไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น


