posttoday
นครบาลรวบแก๊งปล้นทรัพย์พร้อมผู้ต้องหาค้ายา

นครบาลรวบแก๊งปล้นทรัพย์พร้อมผู้ต้องหาค้ายา

19 มกราคม 2554

นครบาลโชว์จับยาบ้ารายใหญ่ได้ของกลาง2หมื่นเม็ด พร้อมอาวุธปืนอาก้า รับเอาไว้ป้องกันตัว อีกรายรวบแก๊ง "ปล้นเหนือเมฆ" ทุบตียามเต็นท์รถมือสอง ก่อนชิงทรัพย์ร่วมสองแสนบาท

นครบาลโชว์จับยาบ้ารายใหญ่ได้ของกลาง2หมื่นเม็ด พร้อมอาวุธปืนอาก้า รับเอาไว้ป้องกันตัว อีกรายรวบแก๊ง "ปล้นเหนือเมฆ" ทุบตียามเต็นท์รถมือสอง ก่อนชิงทรัพย์ร่วมสองแสนบาท

วันนี้ (19 ม.ค. ) เวลา 10.30 น.  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.  แถลงข่าวจับกุม นายอรรถพล หรือบอย คชสาร อายุ 30 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 312 หมู่ 9 ต.ศรีสำราญ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 20,000 เม็ด อาวุธปืนขนาด 9` มม. 1 กระบอก กระสุน 16 นัด อาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก รถกระบะยี่ห้อมาสด้า สีดำ ทะเบียน ตศ 2000 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง  จับได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม.

สอบสวนทราบว่า ชุดจับกุมสืบทราบว่า มีขบวนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ลักษณะเป็นเครือข่าย โดยมีนางแวว ไม่ทราบนามสกุล ชาวลาว ร่วมกับนายสมศักดิ์ หรืออ้วน เมียวนวม อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดราชบุรี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้า  โดยให้ลูกน้องผู้ร่วมขบวนการนำยาบ้าไปส่งมอบให้กับลูกค้าในสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล  ซึ่งครั้งนี้ ได้นัดส่งมอบให้กับลูกค้าที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่  มีนายอรรถพล  และนายศรายุทธ หรือต้อม วาศน์บุญมา  อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 3 ต.หัวโพธิ์ อ.สองพี่น้อง นำยามาส่ง จึงนำกำลังจับกุมได้ที่ลานจอดรถชั้น 2 โดยนายศรายุทธ สามารถหลบหนีได้ โดยน่าจะเห็นเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่จับกุมนายอรรถพล ก่อนต่อมาตรวจค้นในรถพบยาบ้าดังกล่าว พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม.

สอบสวนนายอรรถพลให้การว่า ยาบ้าเป็นของตนและนายศรายุทธ โดยตนไม่ได้ทำงาน ส่วนนายศรายุทธ ทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร โดยรถที่ใช้ก็นำมาจากบริษัทของนายศรายุทธ ส่วนอาวุธปืนนายอ้วนหามาให้ใช้ เพื่อป้องกันตัวในการค้ายาบ้า ซึ่งยาบ้าที่ได้มาจากทางภาคอีสาน ก่อนมีคนมาส่งที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ทำมาแล้วหลายครั้ง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือนายอรรถพล พบภาพถ่ายที่ยืนถืออาวุธปืนอาก้า ซึ่งก็ยอมรับว่ามีอยู่ที่บ้านใน จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามตรวจยึดได้  เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร  ซึ่งจะสืบสวนขยายผลต่อไป

อีกรายแถลง พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน (ผบก.สส.) พ.ต.อ.พันธุ์เทพ ธรรมจารี ผกก.สส.1 บก.สส. พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผกก. นำกำลังจับกุม แก๊งปล้นทรัพย์ชื่อ “แก๊งปล้นเหนือเมฆ”  ประกบอด้วย นายเฉลิมชัย หรือหนุ่ย มังคะลา อายุ 22 ปี ได้ที่บ้านหมู่ 1 ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายพิทักษ์ หรือเสือ พาลาสิทธิ์ อายุ 31 ปี และนายปิยะพงษ์ หรือแม็ก พิลากลาง อายุ 27 ปี  ได้ที่ อ.เมืองลำปาง  พร้อมของกลาง อาทิ เช็คขีดคร่อม ธนาคารกรุงเทพ สมุดเงินฝาก นามบัตร โทรศัพท์มือถือ ใบนำฝากเงินและอื่นๆรวม 23 รายการ  แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา เวลา 17.30 น. มีคนร้ายปล้นทรัพย์ เต็นท์รถมือสอง บจก.วี.เอส.มอเตอร์ ถนนกาญจนาภิเษก กทม. และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ก่อนใช้ค้อนทุบตู้เก็บทรัพย์สิน ได้เงินสด 230,000 บาท และของมีค่าอื่นๆ ท้องที่ สน.บางขุนเทียน  ต่อมา บก.สส. สืบทราบว่า นายเฉลิมชัย ซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างที่ถูกออกจากงานเมื่อเดือนเมษายน 2553 ร่วมกับพวกรวม 4คน ก่อเหตุปล้นทรัพย์ โดยนายเฉลิมชัย เป็นผู้วางแผน พาดูลาดเลา และจัดหารถจักรยานยนต์พร้อมด้วยผู้ขับขี่

สอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า  นายพิทักษ์ และนายปิยะพงษ์ ร่วมกันใช้มีดและค้อนปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย  โดยมีนายแจ็ค ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง (อยู่ระหว่างหลบหนี)  เป็นผู้พาหลบหนี มีนายเฉลิมชัย เป็นผู้ดูลาดเลา  ก่อนแยกย้ายหลบหนี โดนนายเฉลิมชัย ได้ส่วนแบ่ง 50,000 บาท นายพิทักษ์ได้ 100,000 บาท นายปิยะพงษ์ ได้ 70,000 บาท และนายแจ็ค ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ 15,000 บาท

จากการตรวจสอบประวัติแก๊งปล้นทรัพย์ พบเป็นคนพื้นเพภาคอีสานและอยู่ในแก๊งปล้นทรัพย์ชื่อ “แก๊งปล้นเหนือเมฆ” ซึ่งหนีรอดการจับกุมจาก บก.สส.บช.ภ.4 เมื่อปี 2550  โดยพบประวัติกระทำผิดคือ นายพิทักษ์ มีคดีครอบครองยาบ้า 23 เม็ด สน.ทองหล่อ พ.ย. 2554 ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน (รอลงอาญา) , คดีเสพยาบ้า สภ.จักราช จ.นครราชสีมา ส.ค.2547 ส่งบำบัด 4 เดือน ที่กองบิน จ.นครราชสีมา, คดีลักทรัพย์ สน.วัดพระยาไกร มี.ค.2549 จำคุก 6 เดือน, คดีเสพยาบ้า สน.บางโพงพาง พ.ย.2553 ประกันตัวและหลบหนี และคดีครอบครองยาบ้า 1 เม็ด สภ.เมืองสมุทรสาคร ธ.ค.2553 หนีประกัน  ด้านนายปิยะพงษ์ มีคดีเสพยาบ้า สน.บางขุนเทียน ปี 2545 ศาลจำคุก2 เดือน (รอลงอาญา), คดีลักทรัพย์ สน.วังทองหลาง ม.ค.2550 ศาลจำคุก 2 ปี 3 เดือน, คดีรับของโจร สน.ท่าข้าม ม.ค.2550 ศาลจำคุก 2 ปี และคดีพยายามลักทรัพย์ สน.ตลิ่งชัน ปี 2552 ศาลจำคุก 1 ปี 6 เดือน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ