posttoday

'ชัยชนะ'ยัน'เฉลิมชัย'รักษาคำพูดไม่แข่ง"นราพัฒน์"ชิงเก้าอี้หัวหน้าปชป.

17 พฤศจิกายน 2566

'ชัยชนะ เดชเดโช'ยัน'เฉลิมชัย ศรีอ่อน'รักษาคำพูดไม่ลงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคแข่งนราพัฒน์ แก้วทอง9ธ.ค.66 ปชป.ได้หัวหน้าคนใหม่

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรักษาการ รองเลขาธิการพรรค กล่าวถึงแนวโน้มที่จะมีการเปิดประชุมวิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ว่า การประชุมวิสามัญที่จะเกิดขึ้นภายในวันที่ 9 ธ.ค. นี้ ได้มีการกำหนดเพิ่มองค์ประชุมใน (19) ของข้อบังคับพรรค โดยให้สมาชิกพรรคแต่ละภาค 30 คน แสดงความจำนงที่จะเป็นองค์ประชุม หากเกินกว่านั้นก็จะจับฉลากกัน เพื่อมาเติมองค์ประชุมที่ขาดไป 

สำหรับในส่วนผู้ที่จะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เท่าที่ทราบตอนนี้ยังเป็นเพียงข่าวว่าใครจะลงบ้าง แต่คนที่แน่ชัด และยืนยันกับสื่อมวลชนไปในวันประชุมกรรมการบริหารพรรค ก็คือ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส่วนท่านอื่นๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ก็คิดว่าต้องให้เจ้าตัวเป็นผู้ยืนยันก่อนว่าจะลงชิงจริงหรือไม่ 

“วันนี้ต้องรอให้ชัดเจนว่าคุณนราพัฒน์ ยังยืนยันลงหัวหน้าพรรคหรือเปล่า ถ้ามีการพูดคุยชัดเจนเราก็มานั่งสรุปกันว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป สำหรับท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน มีบุคลิกรักษาคำพูด คำไหนคำนั้นอยู่แล้ว ท่านประกาศเลิกเล่นการเมือง ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง ผมคิดว่าการที่ท่านคิดกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค อันนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะท่านก็พูดในที่ประชุมวันนั้นชัดเจนว่า ท่านเลิกเล่นการเมือง แต่จะช่วยดูแลพรรค ช่วยสนับสนุนพรรค เนื่องจากพรรคได้ให้กำเนิดทางการเมือง ให้โอกาสท่านเป็นรัฐมนตรี พรรคให้ประสบการณ์ท่าน และสอนอะไรหลายอย่าง ผมคิดว่าประเด็นที่คิดว่าท่านจะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้นตัดไปได้เลย” นายชัยชนะ กล่าว

พร้อมกับระบุเพิ่มเติมว่า ตนอยากให้เข้าใจว่า พรรคประชาธิปัตย์เราเป็น สถาบันทางการเมือง เราอยู่มา 77 ปี ก้าวสู่ปีที่ 78 ณ วันนี้เราอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน ซึ่งการเปลี่ยนผ่านนั้นต้องเปลี่ยนผ่าน 3 ชั่วอายุคน 1. คนรุ่นเก่า 2. คนรุ่นกลาง 3. คนรุ่นใหม่ ดังนั้นการที่จะให้คน 3 ยุค เข้าใจกันในทีเดียวก็คงไม่ใช่ และต้องยอมรับว่าทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือต้องการฟื้นพรรคให้กลับมาเป็นพรรคหลัก เพียงแต่วิธีคิด กระบวนการ แนวทางการทำงาน อาจจะต่างกันอยู่บ้าง สิ่งที่ดีที่สุดคือการพูดคุย ถ้าได้มีการพูดคุยกัน ทุกอย่างก็ดีขึ้น 

“ท้ายที่สุดแล้ว มันต้องเปิดอกมาคุยกันว่า ในการเปลี่ยนผ่านนี้ มันไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง มันเป็นการเปลี่ยนผ่านของสถานการณ์ เปลี่ยนผ่านของเวลา เปลี่ยนผ่านของช่วงอายุคน เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องคุยกันก็คือสิ่งไหนที่พรรคทำและดีอยู่แล้วก็ต้องรับไปทำต่อ สิ่งไหนที่ต้องปรับให้เข้ายุค ทันสมัยก็ต้องทำ” นายชัยชนะ กล่าว 

และเพิ่มเติมอีกว่า สถานการณ์การเมืองวันนี้ กระแสของคนรุ่นใหม่มีเยอะขึ้น ซึ่งพรรคเรามีหลัก และอุดมการณ์อยู่แล้ว ก็ต้องรับไปทำต่อ สิ่งไหนที่ต้องปรับให้เข้ายุคสมัยก็ต้องทำต่อไป การเมืองไทยในวันนี้แข่งขันกันทางความคิด ถ้าพรรคไหนสามารถนำเสนอความคิด แล้วทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ตนก็คิดว่าพรรคนั้นก็จะเป็นทางเลือกให้ได้กลับมา

นอกจากนี้ยังแสดงความมั่นใจว่าจะมีการคุยกันได้ก่อนถึงวันประชุมวิสามัญ โดยระบุว่า ในเมื่อทุกคนยืนยันออกจากปากว่ารักพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนยึดมั่นว่าจะช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องพูดคุยกันได้ ถ้าความรักนั้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ใช่ความรักที่ออกมาแค่ลมปาก ก็คิดว่าต้องคุยกันได้อยู่แล้ว

“ผมมั่นใจว่าการประชุมวิสามัญครั้งนี้จะได้หัวหน้าพรรค เพราะองค์ประชุมก็มีการปรับปรุงแล้ว มั่นใจว่าภายในวันที่ 9 นี้ ได้หัวหน้าพรรคแน่นอน แต่จะเป็นใครนั้นคงต้องรอสัปดาห์สุดท้ายว่าใครจะประกาศชิงหัวหน้าพรรค ณ วันนี้รายชื่อยังไม่ชัดเจน และสถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” นายชัยชนะ กล่าว