
อัด แจกเงินดิจิทัล กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น หวั่นเข้าข่าย ซื้อเสียงทางอ้อม
ไทยสร้างไทย จี้ ทบทวนการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เงินหมุนเพียงรอบเดียว แถมเอื้อร้านค้ารายใหญ่ หวั่น เป็นพิษร้ายทางเศรษฐกิจ ตั้งคำถาม รัฐสร้างคะแนนนิยม ซื้อเสียงทางอ้อมหรือไม่ เสนอแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
วันที่ 11พ.ย. นายรณกาจ ชินสำราญ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีว่า รัฐต้องออกแบบและทำให้เงินหมุนไปหลายรอบเหมือน Helicopter Money ที่โปรยถึงมือประชาชนทุกคนโดยตรง เพื่อให้ประชาชนหมุนเงินได้ทั่วระบบเศรษฐกิจ แต่การแจกเงินเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับรัฐบาลควบคู่กับการใช้จ่ายของภาครัฐที่ขาดประสิทธิภาพ จะทำให้เศรษฐกิจแย่ลงอีก เพราะเงินที่ควรจะหมุน ได้ 5-6 รอบ กลับหมุนได้เพียงรอบเดียว หรือไม่ถึงรอบ
เมื่อรัฐบาลต้องกู้มาแจก ต้องมีดอกเบี้ยมหาศาลผูกพันไปถึงอนาคต รวมถึงขาดประสิทธิภาพในการใช้จ่ายและการวาวแผนที่รอบคอบของภาครัฐ การแจกครั้งนี้จะยิ่งเป็นพิษร้ายซึมลึกลงในระบบเศรษฐกิจ ส่งต่อไปให้ลูกหลานเราในอีก10 ปีข้างหน้าแน่นอน ฝากประชาชนอย่าเข้าใจผิดว่า แจกเงินรอบนี้แล้วจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
นายรณกาจกล่าวว่า ขอวิงวอนให้รัฐบาลทบทวนออกแบบการหมุนของเงินให้รอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณา เงื่อนไขการใช้เงินที่รัฐบาลนำเสนอก่อนหน้านี้ มีแนวโน้มสูงมากที่เงินจะหมุนได้เพียงรอบเดียว หรือมากกว่านั้นเพียงเล็กน้อย เพราะลักษณะการใช้เอื้อให้ประชาชนใช้จ่ายตรงกับร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วทุกสี่แยก มากกว่าการสนับสนุนให้คนไปใช้จ่ายในร้านค้าชุมชน เพื่อให้เงินกระจายไปทุกภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจ
"การแจกเงินจำนวนมหาศาล ควบคู่กับการใช้จ่ายและวางแผนของภาครัฐที่ขาดประสิทธิภาพ อาจเป็นเพียงแค่การสร้างคะแนนนิยมของรัฐบาลหรือการซื้อเสียงทางอ้อมหรือไม่ และมีแนวโน้มจะทำให้เศรษฐกิจแย่ลงไปอีกใช่หรือไม่"
นายรณกาจกล่าวว่า ที่สำคัญการแจกเงิน เป็นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาว เพราะการแก้ปัญหาในระยะยาวต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในด้านการแข่งขันของประเทศ และเกิดการจ้างงานมหาศาล เช่นการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม หรือการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ







