posttoday
เหนือ-อีสานหนาวอีก1-3องศา

เหนือ-อีสานหนาวอีก1-3องศา

18 มกราคม 2554

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะกลับมาหนาวเย็นลงตลอดสัปดาห์นี้ เนื่องจากมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีนเข้ามาปกคลุมทำให้อุณหภูมิจะลดลง 1-3องศา

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะกลับมาหนาวเย็นลงตลอดสัปดาห์นี้ เนื่องจากมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีนเข้ามาปกคลุมทำให้อุณหภูมิจะลดลง 1-3องศา

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน ได้แผ่เข้ามาปกคลุมภาคเหนือของไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกพาดผ่านทางภาคเหนือทำให้ทั่วทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะยังคงมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้ โดยอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 1-3 องศาเซลเซียส 

สำหรับเช้านี้หลายจังหวัดภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด อุณหภูมิต่ำสุดพื้นราบลดลงมาอยู่ระหว่าง 10-16 องศาเท่านั้น อุณหภูมิต่ำสุดพื้นราบเช้านี้วัดได้ 10.0 องศา ที่ สถานีเกษตร อ.เมือง จ.น่าน   ส่วนที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอำเภอพื้นที่สูงที่มีอากาศหนาวที่สุด วัดได้ 6.8 องศา จ.เชียงใหม่ ยอดดอยอินทนนท์  

เหนือ-อีสานหนาวอีก1-3องศา

ส่วนบริเวณเทือกเขา และยอดดอยมีอากาศหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่อุณหภูมิลดลงเหลือ 3-9 องศาเท่านั้น  ต่ำสุดเช้านี้มีรายงานมาจากยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 4.0 องศา  ส่วนที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝางวัดได้ 8.0 องศา

เชียงใหม่ประกาศภัยพิบัติทั้งจังหวัดแล้ว

นายประจญ ปรัชกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่มีอากาศหนาวเย็นต่ำกว่า 15.9 องศายาวนานต่อเนื่องมากกว่า 3 วัน ทำให้ทางจังหวัดต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภัยหนาวทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ขณะที่ประชาชนยังต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาวอีกกว่า 2 แสนชิ้น

น่านหนาวเหน็บก่อกองไฟแก้หนาวทั้งวัน

สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงหนาวเย็นและอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในเช้าวันนี้(18 ม.ค.) อุณหภูมิพื้นราบต่ำสุดที่อำเภอเมืองน่านวัดได้ 10.5 องศา ส่วนบนยอดดอยอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 2-6 องศา ส่งผลให้ชาวจังหวัดน่านและสัตว์เลี้ยงต้องพึ่งกองไฟตลอดวันเพื่อคลายความหนาว

ฝูงนกกระยางนับล้านตัวประสบภัยหนาว

สภาพอากาศที่เย็นลงต่อเนื่องล่าสุดเช้าวันนี้วัดได้ 16.3 องศา จากสภาพอากาศดังกล่าว ส่งผลให้ฝูงนกกระยางนับล้านตัว ที่บ้านวังเป็ด หมู่ที่ 2 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นแหล่งชมนกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ลูกนกบางตัวทนกับอากาศที่หนาวเย็นไม่ไหว ได้ตายลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนแม่นกกระบางที่มีลูกน้อย ได้ระยะนี้ก็จะกกลูกให้คลายความหนาวเย็นลงอีกด้วย

ก่อไฟผิงคลายลามไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง

เกิดเหตุไฟลุกไหม้บ้านของนายมูล  ลาภสาร  บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 7 บ้านคำกลาง ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เป็นบ้านไม้ทั้งหลังไหม้เสียหายเกือบทั้งหลังสาเหตุมาจาการก่อไฟผิงเพื่อไหล่ความหนาวเหน็บตั้งแต่เช้าของวันนี้ไฟได้ลุกลามจากคอกวัวลามมาไหม้ฟางมาถึงตัวบ้านตนเองที่อยู่ติดกับคลองวัวและกำลังจะลุกลามมาไหม้บ้านข้างเคียงแต่ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำรถดับเพลิงไปฉีดน้ำสะกัดไฟไว้ทัน ซึ่งก็สร้างความเสียหายไปกว่า 2 แสนบาท ท่ามกลางความวาดเสียวของเพื่อนบ้านเกรงว่าจะลุกลามไปไหม้บ้านที่อยู่ข้างเคียงเพราะขณะนั้นมีลมพัดกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา

เร่งช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลนเสื้อกันหนาว

นายณรงค์ แผ้วพลสง  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ได้เรียกประชุมผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด  พร้อมกำชับให้สำรวจจำนวนนักเรียนที่ครอบครัวมีฐานะยากจน ด้อยโอกาส และขาดแคลนเครื่องนุ่มห่มกันหนาว โดยเฉพาะโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ แล้วรวบรวมรายงานมายังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อที่จะได้หาแนวทางดำเนินการช่วยเหลือ หลังสภาพอากาศหนาวเย็นลงต่อเนื่อง ล่าสุดอุณหภูมิอยู่ที่ 11 – 12 องศา   

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลการสำรวจเบื้องต้นพบว่า  โรงเรียนในสังกัดกว่า 200 แห่ง  มีเด็กนักเรียนยากจนและด้อยโอกาสอยู่กว่า  35,800  คน จากจำนวนนักเรียนที่อยู่ในความดูแลกว่า  58,000 คน   พร้อมกันนี้ยังกำชับให้ทุกโรงเรียน  ได้ดูแลเรื่องสุขภาพของเด็กนักเรียน  ที่อาจจะเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นอย่างใกล้ชิดด้วย  

หมอเตือนหนาวระวังปอดอักเสบผิงไฟ

นพ.พิสิทธิ์  เอื้อวงศ์กูล  สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ความผิดปกติของสภาพอากาศส่งผลให้ทุกพื้นที่มีความหนาวเย็นประชาชนตามชนบทต้องออกมานั่งผิงไฟตลอดทั้งวัน จากสถิติทั้งจังหวัดขณะนี้พบว่า มีผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นถึงวันละกว่า 600 ราย แต่สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้เนื่องจากหลายหมู่บ้านมีการจุดไฟผิงที่มีฝืนเป็นเชื้อเพลิงและมีควันออกมาจำนวนมาก ประชาชนควรระวังในการสูดดมควันไฟเนื่องจากควันไฟจะทำให้เกิดอาการแสบคอ บางรายมีอาการอาเจียนอีกทั้งหากสูดดม มากๆจะมีผลทำให้ ปอดอักเสบหรือปอดบวมได้

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว