
มติก้าวไกลหนุนเพื่อไทยแกนนำตั้งรัฐบาลเสนอชื่อนายกฯ
ชัยธวัช ตุลาธน เผยมติก้าวไกล ส่งไม้ต่อเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ8พรรค พร้อมหนุนแคนดิเดตนายกฯ จากการเสนอชื่อของเพื่อไทย ต่อที่ประชุมรัฐสภา การโหวตนายก รอบ3
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการตั้งรัฐบาลและการเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการความไว้วางใจเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมรัฐสภา ในการโหวตลงมติ วันที่ 27ก.ค.2566 ว่า ก้าวไกลจะเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และในการประชุมรัฐสภา พรรคก้าวไกลจะสนับสนุนแคนนิเดตนายกรัฐมนตรีจากการเสนอของพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับที่พรรคเพื่อไทย ให้การสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคก้าวไกล
"พรรคก้าวไกลเปิดโอกาสให้ประเทศคือ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล 8 พรรค ดังนั้นในการประชุมรัฐสภาต่อไป ก้าวไกลจะเสนอชื่อแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ เช่นเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยเคยเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล แต่ยังไม่ได้คุยกับพรรคเพื่อไทย และอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอแคนดิเดตนายกฯคนไหนในการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งหน้า" นายชัยธวัช กล่าว
นายชัยธวัช อ่านแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกล ว่า ตามเจตจำนงของประชาชนว่าต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลด้วยการลงคะแนนเสียงเลือกก้าวไกลและเพื่อไทยชนะเป็นอันดับ 1 และ 2 เป้าหมายจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จแต่ 2 เดือนที่ผ่านมาชี้ชัดว่าทุกองคาพยพของฝ่ายอนุรักษ์นิยม สถาบันต่างๆ เป็นบริวารแวดล้อมทั้งหมด ไม่ยอมให้ก้าวไกลเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล โดยเอาเรื่องมาตรา 112 มาบังหน้าและอ้างความจงรักภักดีมาปะทะกับการเลือกตั้งของประชาชน ยังเคลื่อนไหวผ่าน กกต.และศาลรัฐธรรมนูญเพื่อหวังตัดสิทธิแกนนำพรรคและยุบพรรคก้าวไกลให้ได้
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นว่าสว.จึงฝืนมติมหาชนไม่โหวตเลือกนายกฯตามเสียงส่วนใหญ่ของสส.และยังกล้าทำลายหลักการตีความข้อบังคับของรัฐสภาให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เปรียบเสมือนการล้มล้างการปกครองหรือฉีกรัฐธรรมนูญผ่านกฎหมู่ เพื่อขัดขวางเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯครั้งที่ 2 พรรคก้าวไกลไม่ยอมรับการตีความดังกล่าว ภายใต้การทำงานที่สอดประสานกันของฝ่ายอนุรักษ์นิยม เราจำเป็นต้องขอโทษต่อประชาชนและยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขาไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า การที่นายพิธา ไม่สามารถเป็นนายกฯได้ ไม่ได้หมายความว่าภารกิจตั้งรัฐบาลเพื่อพลิกขั้วรัฐบาลจะไม่สำเร็จ เป้าหมายสูงสุดของก้าวไกลยังคงอยู่คือ ตั้งรัฐบาลเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่พิธาจะได้เป็นนายกฯหรือไม่แต่ประเทศหยุดการสืบทอดอำนาจได้หรือไม่
ที่มา https://www.facebook.com/MoveForwardPartyThailand







