posttoday

'ณัฐชา'ชี้ส.ว.ทิ้งหลักเกณฑ์โหวตเลือกนายกฯปี62เท่ากับกลืนน้ำลายตัวเอง

27 มิถุนายน 2566

'ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์' เผยก้าวไกลไม่หวั่นส.ว.เร่งกกต.ยื่นศาลธรน.สอบคุณสมบัติพิธาถือหุ้นiTVก่อนโหวตนายกฯ ชี้หากสภาสูงไม่ใช้หลักเกณฑ์โหวตนายกฯแบบปี62 เท่ากับกลืนน้ำลายตัวเอง ทำลายศรัทธาประชาชน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. เขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่ากรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค เตรียมไปพบนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.และกกต. เร่งให้กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบคุณสมบัตินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคปมถือหุ้นiTV ก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากเป็นกระบวนตรวจสอบพรรคพร้อมน้อมรับแต่เชื่อว่าไม่ใช่เสียงของส.ว.ทั้งหมดซึ่งอาจจะมีเสียงที่แตกต่างกัน

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนแสดงให้เห็นแล้วว่าในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเสียงที่ประชาชนได้สนับสนุนกว่า 14 ล้านเสียง รวมถึงเสียงส.ส.ที่เกินกึ่งหนึ่ง คือ 312 เสียง หากเป็นไปตามปกติของระบอบประชาธิปไตย ก็ควรได้รับฉันทามติในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนส.ว.ในกรอบกฏหมายนี้จะตัดสินใจอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคลแต่หากประเด็นไหนที่ทำไม่ได้ แล้วมีความต้องการอยากจะทำ มองว่าเหมือนเป็นการต่อสู้ ระหว่างประชาชนที่อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่ส.ว.จะไปพบกับกกต.เป็นการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจส.ว.หรือไม่มองว่า สิ่งที่ส.ว.ตัดสินใจทำ ย่อมมีผลกระทบตามมาแน่นอน อย่างแรกคือทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่าสุดท้ายแล้ว องค์กรส.ว.เห็นความสำคัญของเสียงประชาชนหรือไม่ วันนี้เหมือนกำลังต่อสู้กับเสียงของประชาชน อยากให้ทำในกรอบของกฏหมาย เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อตัวท่านเองในอนาคต 

เมื่อถามว่าส.ว.มองว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ใช้เกณฑ์เดียวกันกับปี 62 ไม่ได้เพราะติดเรื่องมาตรา 112 นายณัฐชากล่าวว่าเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของส.ว.เองในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ส.ว.ทุกคนระบุว่า ใครมีเสียงส.ส.เกินครึ่งหนึ่งก็จะโหวตให้แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนมาถึงปี66 พรรคก้าวไกลรวบรวมเสียงได้เกินครึ่งหนึ่งเหมือนกัน แต่ส.ว.กลับกลืนน้ำลายตัวเองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาคิดว่ามันส่งผลต่อความศรัทธาต่อส.ว.เอง 
มากกว่านั้นคือกระทบต่อความศรัทธาที่มีต่อระบบ และศรัทธาต่อประชาชน 

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ ว่าส.ว.จะยกมือให้กับนายพิธาหรือไม่ เชื่อว่าในการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยระบบประชาธิปไตย เมื่อเสียงส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง ก็จะได้รับเสียงสนับสนุนในช่วงโค้งสุดท้าย เข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 แน่นอนเพราะเราผ่านระบบการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง