
‘ทีโอที’ทำมึนลืมดีลโรมมิง3จี‘เอไอเอส’
เอไอเอส เซ็งแผนดาตา โรมมิง 3จี 5 หมื่นเลขหมายกับทีโอทียังนิ่ง หลังการเมืองเด้ง วรุธ พ้นเก้าอี้ซีอีโอ
เอไอเอส เซ็งแผนดาตา โรมมิง 3จี 5 หมื่นเลขหมายกับทีโอทียังนิ่ง หลังการเมืองเด้ง วรุธ พ้นเก้าอี้ซีอีโอ
รายงานข่าวจาก บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ขณะนี้โมเดลธุรกิจของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ที่ทีโอทีได้ตกลงเปิดให้เอไอเอสใช้โครงข่ายเพื่อให้บริการดาตา หรือดาตา โรมมิง ไปเมื่อเดือน พ.ย. 2553 ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และไม่สามารถเปิดให้บริการได้ หลังจากที่คณะกรรมการ หรือบอร์ดได้ปลดนายวรุธ สุวกร พ้นจากกรรมการผู้จัดการใหญ่
นอกจากนี้ ความล่าช้ายังรวมถึงการให้บริการในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอเต็มรูปแบบของโครงการ 3จี ทั่วประเทศมูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท ที่เอไอเอสสามารถใช้โครงข่าย 3จี เพื่อให้บริการดาตา 3จี กับลูกค้าของเอไอเอส 30 ล้านรายด้วย
รายงานข่าวระบุว่า หากดาตา โรมมิง ไม่สำเร็จ อาจส่งผลกระทบถึงการขยายโครงข่าย 3จี ของทีโอที เพราะตามข้อตกลงนั้นทีโอทีสามารถเช่าใช้สถานีฐานของเอไอเอสเพื่อลดการลงทุนในส่วนของการขยายโครงข่ายได้เต็มที่ ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาสัมปทาน คือ รายได้ที่ได้รับจากค่าบริการต่างๆ ของเอไอเอส จะคืนกลับทีโอทีในรูปแบบส่วนแบ่งรายได้ปีละ 30% ของรายได้รวมทั้งหมด เช่นเดียวกับทีโอทีที่จ่ายค่าเช่าสถานีฐานเอไอเอสตามอัตราปกติ
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารเอไอเอส กล่าวว่า แผนการรองรับของเอไอเอส กรณีโมเดลดาตา โรมมิง ทีโอทีมีปัญหาคือ เอไอเอสเตรียมขยายการจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ ไวไฟ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ เพื่อกระจายการใช้งานด้านดาตาของลูกค้าแทน และหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนผู้ใช้บริการเสียง หรือวอยซ์ ที่มีอยู่เดิม
ขณะที่ผลการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมาอนุมัติตั้งคณะทำงานโดยสายงานกฎหมายและบริหารผลประโยชน์ ของ ทีโอที เพื่อทำหน้าศึกษาข้อกฏหมายเพื่อเดินหน้าเอาผิดเอไอเอส รวมถึง บอร์ดทีโอทีชุดต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องอนุมัติให้เอไอเอสแก้ไขสัญญาสัมปทานจำนวนถึง 9 ครั้ง สร้างความเสียหายให้กับทีโอทีมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท โดยคณะกรรมการชุดนี้จะดำเนินการต่อสู้ดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องความเสียหายที่เกี่ยวเนื่องกับคำพิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ได้ตัดสินยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 4.6 หมื่นล้านบาท







