
ประสพสุขยังไม่ตัดสินใจลาออกประธานวุฒิ
“ประสพสุข” กั๊กรอเวลาตัดสินใจลาออกสิ้นเดือนม.ค. อ้างส.ว.บางกลุ่มไม่ให้ออกหวั่นยุบสภา
“ประสพสุข” กั๊กรอเวลาตัดสินใจลาออกสิ้นเดือนม.ค. อ้างส.ว.บางกลุ่มไม่ให้ออกหวั่นยุบสภา
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง แต่ยืนยันว่าหากเหตุการณ์บ้านเมืองมีความเรียบร้อยจะลาออก ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะลาออกวันไหน อย่างไรก็ตามมีส.ว.กลุ่มหนึ่งบอกว่าอย่ารีบลาออก จึงอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่กังวลคือการเอาข้ออ้างที่ไม่ลาออกมากดดันว่าไม่รักษาคำพูดและ กังวลว่าการลาออกจะเกิดปัญหาหากเกิดการยุบสภาขึ้น ส่วนความกังวลของกลุ่มส.ว.ที่มายับยั้งไม่ลาออกเพราะเกรงว่าจะมี แรงกระเพื่อมเกิดขึ้นในวุฒิสภา เพราะยังมีเวลาอยู่ในตำแหน่งอีกประมาณหนึ่งเดือน จะเอาความเห็นของทุกฝ่ายมาตัดสินใจว่าควรทำอย่างไร
นายประสพสุข กล่าวว่า ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีส.ว.สรรหาเดิมอย่างน้อย 60 คนจาก 74 คน แสดงความจำนงจะกลับมารับการสรรหาอีกครั้ง ดังนั้นในวันที่ 17 ก.พ.ก็จะรู้ว่าส.ว.สรรหา 60 คนว่าจะลาออกกี่คน ผู้สื่อข่าวถามแสดงว่าประธานวุฒิสภาจะตัดสินใจลาออกใกล้วันที่ 17 ก.พ.หรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า กำลังตัดสินใจอยู่
“ผม เคยบอกว่าเหตุการณ์สงบจะลาออก แต่หลายคนก็บอกว่ายังไม่สงบ ผมจึงพยายามฟังๆ อยู่ว่าสุดท้ายจะเอาอย่างไร ส่วนตัวผมคิดว่าบ้านเมืองสงบแล้ว แต่บางท่านให้ความเห็นว่ายังไม่สงบ ความจริงดูไม่มีอะไร แต่อาจมีความกังวลว่าถ้าลาออกอาจจะมีแรงกระเพื่อมกันที่วุฒิสภา บางคนก็เห็นว่าถ้าส.ว.สรรหาลาออกแล้วส.ว.สรรหาใหม่ 74 คนจะไม่สามารถมาเป็นประธานวุฒิสภา และหากเกิดการยุบสภาใครจะทำหน้าที่แทน จึงต้องคำนวณดูความเหมาะสม ผมกำลังชั่งน้ำหนักอยู่แต่ก็หนักใจเพราะถ้าลาออกใกล้วันที่ 17 ก.พ.จะมีคนถามว่าหวงตำแหน่ง เบื้องตนคาดว่าจะต้องตัดสินใจได้ภายในสิ้นเดือนนี้” นายประสพสุข กล่าว
นายประสพสุข กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีความกังวล เพราะสุดท้ายต้องเคารพเสียงข้างมากของรัฐสภา หากแก้ไม่ได้ก็แก้ไม่ได้ ควร ทำให้ระบบรัฐสภาเป็นธรรมชาติ หากเสียงข้างมากต้องการให้แก้อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ถ้าไม่ให้แก้ก็ไม่ต้องแก้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องสำคัญกับปากท้องของประชาชน ดังนั้นแม้ตน และส.ว.สรรหาลาออกก็ไม่มีผลกระทบกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อาจทำให้เสียงในการลงมติของวุฒิสภาเปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น ซึ่งกระบวนการสามารถดำเนินต่อไปได้โดยใช้คะแนนเสียงของส.ว.เท่าที่มีอยู่







