
แห่ขึ้นดอกเบี้ย
ธนาคารพาเหรดขึ้นดอกเบี้ยทั้งฝากทั้งกู้ ฉลองศรัทธา กนง.ที่มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25%
ธนาคารพาเหรดขึ้นดอกเบี้ยทั้งฝากทั้งกู้ ฉลองศรัทธา กนง.ที่มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25%
ธนาคารพาณิชย์ตบเท้าขึ้นดอกเบี้ยทันที หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จากเดิมอยู่ที่ 2% เป็น 2.25% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะต่อไป สะท้อนจากการขยายตัวของอุปสงค์ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยทุกประเภทโดยมีผลในวันที่ 13 ม.ค. กล่าวคือ ขึ้นดอกเบี้ยเงินเพิ่มขึ้น 0.25% ส่วนเงินฝากแต่ละประเภทจะขึ้นระหว่าง 0.1250.375%
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ใน 2 วันนี้จะประกาศขึ้นดอกเบี้ย โดยมีปัจจัยจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยของไทยในระดับต่ำกว่าประเทศอื่นเมื่อเทียบกับภูมิภาค
ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 13 ม.ค. ส่วนจะขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากแต่ละประเภทในอัตราเท่าใด อยู่ที่การตัดสินใจของผู้บริหารที่ติดภารกิจในต่างประเทศ
ด้านธนาคารกรุงไทยได้มีการเรียกประชุมผู้บริหารในเรื่องเดียวกัน และจะเปิดเผยผลการประชุมในวันที่ 13 ม.ค.
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระดับนี้ถือเป็นการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอยู่ในระดับที่มั่นใจว่าทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคยอมรับได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นการปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดด
นายธํารงค์ ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า จากการประเมินความต้องการของลูกค้าแล้ว ส่วนใหญ่พบว่าผู้บริโภคยอมรับในอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ แต่ขอให้กู้ผ่าน เพราะในยุคที่ดอกเบี้ยเคยสูงถึง 1213% ตลาดก็ยังรับไหว
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะเสนอทำงบประมาณกลางปี 2554 สู่การประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและวาตภัย เนื่องจากไม่ได้เตรียมงบปี 2554 ไว้
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า งบกลางปีที่รัฐบาลจะตั้งในเดือน เม.ย.นี้ มีวงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท
สำหรับผลของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ทำให้หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะเก็งกำไรผลประกอบการปี 2553 ที่จะออกมาดีแล้ว ยังได้รับประโยชน์ทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น และคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ทางธนาคารพาณิชย์คงจะมีการทยอยปรับเพิ่มดอกเบี้ยทั้ง 2 ขา ตาม แต่ประเมินว่าน่าจะต่ำกว่าระดับ 0.25% เนื่องจากขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้มีความต้องการสภาพคล่องเท่าใดนัก
“ดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นน่าจะเห็นผลดีต่อธนาคารพาณิชย์เต็มที่ประมาณไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้ เพราะเป็นการทยอยขึ้น และน่าจะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ดีขึ้น”นายกวีกล่าว
อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจะกระทบต่อกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในแง่จะมียอดการปฏิเสธปล่อยกู้จากธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น เพราะผู้ซื้อต้องมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นให้เพียงพอกับต้นทุนดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการหันมารุกบ้านแนวราบราคาถูกมากกว่าคอนโดมิเนียม
นายกวี กล่าวเสิรมว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ยังโตอยู่เนื่องจากมีงานในมือรอรับรู้ในปีนี้อยู่จำนวนมาก แต่จะกระทบต่อยอดขาย(พรีเซล)แผ่วลง ซึ่งจะส่งผลต่อผลประกอบการในปี 2555แทน
สำหรับกลุ่มอื่น ๆ ที่จะได้รับผลกระทบมีไม่มาก เพราะปัจจุบันบริษัทจดทะเบียน(บจ.)มีหนี้คงค้างไม่มาก เมื่อดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นจึงไม่ได้ส่งผลกระทบทางลบ แต่กลับส่งผลเชิงบวกมากกว่าเพราะว่ามีกระแสเงินสดเหลืออยู่จำนวนมาก แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญ







