
ออกจากไอซียู
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2554 มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ไปร่วมกันศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรไม่ให้โรงเรียนกวดวิชาทั้งหลายแสวงหากำไรเกินควร
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการไปจัดระบบการศึกษาอย่างไรให้มีคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือนักเรียนจะต้องมีคุณภาพจากห้องเรียน ไม่ใช่พึ่งโรงเรียนกวดวิชา รวมถึงให้ไปจัดการครูบางรายที่ไปสอนในโรงเรียนกวดวิชา แทนที่จะใช้เวลาสอนในห้องเรียนอย่างเต็มที่ ฯลฯ
มติข้างต้นเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะมีส่วนในการแก้ไขปัญหาระบบการศึกษาของชาติ ซึ่งเสมือนนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูมานาน แม้จะยังห่างไกลรูปธรรม เพราะเราพูดถึงทั้งปัญหาและวางยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษากันทุกปี แต่ก็ดูเหมือนยังวนอยู่ในอ่าง หาทางออกไม่เจอสักที
ภาพสะท้อนจากข้อมูลองค์กรเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) พบว่านักเรียนไทยมีความสามารถในการอ่านลดลงอยู่ในอันดับที่ 4142 จาก 57 ประเทศ และส่งผลให้การเรียนวิชาอื่นๆ มีปัญหาไปด้วย ความรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ก็อยู่ในเกณฑ์ต่ำ
งานวิจัยของชิ้นนี้สรุปได้ว่า ปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ำ ได้แก่ คุณภาพของโรงเรียนมีความแตกต่างกัน การเลือกโรงเรียนให้ลูกจึงเป็นปัญหาใหญ่ ขณะที่ประเทศที่จัดการศึกษาได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอย่างฟินแลนด์มีปัญหานี้ต่ำกว่า 5%
นอกจากนี้ พบว่าการจัดการศึกษาของไทยยังไม่ทำให้บุคคลได้รับสิทธิเสมอภาคและมีคุณภาพอย่างทั่วถึงตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ข้อมูลนี้ย้ำด้วยว่าในประเทศที่ยิ่งมีจำนวนโรงเรียนที่แข่งขันกันเพื่อรับเด็กมาก คะแนนเฉลี่ยการเรียนจะยิ่งสูง ตรงข้ามกับประเทศไทยที่นักเรียนแย่งกันสอบเข้าโรงเรียน แต่ผลการเรียนของนักเรียนกลับมีคะแนนเฉลี่ยต่ำทุกวิชา
ระบบแอดมิชชันที่กำหนดขึ้นแทนที่ระบบเอนทรานซ์ก็ใช้วิธีการสอบแข่งขัน รวมถึงมีเจตนารมณ์ลดการพึ่งพาสถาบันกวดวิชา แต่ในที่สุดก็ไม่เป็นจริง ระบบการสอบยิบย่อยยุ่งเหยิงยิ่งทำให้เด็กหันไปพึ่งการติวมากขึ้น
แน่นอนที่สุดครูเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีนักเรียนมากกว่า 20 คนต่อครู 1 คน ยกเว้นโรงเรียนสาธิตและโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานมาก
ดังนั้น การจะออกจากห้องไอซียู ลำพังจัดการกับโรงเรียนกวดวิชายังไม่เพียงพอ รัฐบาลจะต้องผลักดันให้นโยบายการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อสร้างยุวพลเมืองให้มีศักยภาพ รองรับพายุการแข่งขันในอนาคต







