
เหนือ-อีสานแปรปรวน ฝนถล่มอุณหภูมิลด
โพสต์ทูเดย์ — เหนืออีสานอากาศแปรปรวนหนัก ฝนถล่ม 40% ของพื้นที่ อุณหภูมิลดลงอีก
มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงยังคงปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับกระแสลมตะวันตกที่เคลื่อนมาปกคลุม ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนกระจาย 40% ของพื้นที่ และอุณหภูมิที่หนาวเย็นอยู่แล้วจะลดลงอีก 13 องศา ลักษณะเช่นนี้ทำให้สภาพอากาศมีความแปรปรวนสูง
ขณะเดียวกันหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง จากระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักที่ลดลง และกรมชลประทานงดจ่ายน้ำทำนาปรังในบางพื้นที่แล้ว
นายสมมาตร ฟุ้งวิทยา หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.น่าน เปิดเผยว่า อิทธิพลจากกระแสลมตะวันตกส่งผลให้ จ.น่าน มีเมฆหมอกและฝนตกเป็นบางแห่ง ในช่วงอีกประมาณ 2 วัน และจะทำให้อุณหภูมิลดลงอีก 23 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สภาพอากาศจะหนาวเย็นลง
ขณะที่ จ.อุดรธานี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 ม.ค. อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว วัดได้ 16.5 องศาเซลเซียส เมื่อเวลาประมาณเวลา 16.00 น. หลังจากเกิดฝนตกต่อเนื่องกันหลายชั่วโมงวัดปริมาณน้ำฝนได้ 1.3 มิลลิเมตร
ด้านสถานการณ์ภัยแล้ง ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดลงอย่างรวดเร็ว ที่ จ.สุรินทร์ ชาวนาได้ลงมือหว่านกล้าข้าวเพื่อทำนาปรังไปแล้ว แต่ประสบกับปัญหาขาดน้ำเลี้ยงต้นข้าว เพราะน้ำในแม่น้ำชีเริ่มแห้งขอดอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้านำน้ำขึ้นมาใส่นาข้าวได้
นายยงศักดิ์ ประภาพันธ์ศักดิ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ย 74% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าระดับน้ำน้อยกว่า จึงได้งดปล่อยน้ำให้เกษตรกรปลูกข้าวนาปรัง
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จ.สงขลา คลี่คลายแล้ว เหลือพื้นที่ซึ่งยังประสบภัยอีก 4 จังหวัด คือ พัทลุง นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ส่วนภัยหนาวยังมีพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบภัยรวม 33 จังหวัด







