
'สนธิรัตน์'เสนอ3กรอบเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ทางออกลดค่าไฟ
'สนธิรัตน์' เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย เสนอ3กรอบเจรจา พื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา ทางออกลดภาระค่าไฟ คนไทยได้ใช้พลังงานราคาถูกและมีความมั่นคง
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
ผมเห็นด้วยกับการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างไทยกับกัมพูชาครับ เพราะหากได้ข้อสรุปในเรื่องนี้เราจะสามารถช่วยลดภาระประชาชนด้านค่าไฟและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวของประเทศได้อีกทาง
ในปี 62 ที่ผมบริหารกระทรวงพลังงาน ได้นำเรื่องนี้มาดูก็ได้มีการประเมินเบื้องต้นว่า ในพื้นที่ทับซ้อนที่มีนั้น มีขนาดพื้นที่ ประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตรนั้น น่าจะมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมจำนวนมาก และได้พยายามผลักดันให้เกิดการร่วมพัฒนาในพื้นที่นี้เพื่อเตรียมทดแทนก๊าซที่กำลังจะหมดในแหล่งบงกช เอราวัณในอนาคตอันสั้น
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการในเจรจาพูดคุยเพื่อพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์กับประเทศไทย เราไม่สามารถจะชะลอเรื่องนี้ได้อีกแล้วครับ
แต่การเจรจานั้นผมขอเสนอแนวทางเป็นกรอบคิดการเจรจาว่า
1. ควรยึดโมเดลการพัฒนาพื้นที่แบบโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย JDA ที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
2. การเจรจาเรื่องนี้ควรยึดประโยชน์ของประชาชนคนในชาติ มากกว่าผลประโยชน์ด้านธุรกิจของบริษัทต่างๆ ประโยชน์ที่ควรจะได้คือ คนไทยได้ใช้พลังงานในราคาที่ถูกและมีความมั่นคง
3. การพัฒนาพื้นที่และการเดินหน้าเรื่องนี้ ต้องมีการคิดใหม่เรื่องการคำนวณโครงสร้างต้นทุนราคาในการผลิตและจำหน่ายพลังงานที่จะได้ เพื่อให้คนไทยได้ใช้พลังงานราคาถูก
ปัจจุบันแนวโน้มค่าไฟก็จะยิ่งสูงขึ้น เพราะเราต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศ ซึ่งราคาก็มีความผันผวน ยิ่งจำนวนก๊าซในอ่าวไทยที่เราผลิตได้เองในปัจจุบันก็ไม่ได้ตามเป้า
หากสามารถเจรจาให้มีข้อยุติได้โดยเร็วเพื่อให้เกิดการเริ่มสำรวจและพัฒนา แม้ว่าจะใชเวลาอีกหลายปี ถึงจะสามารถผลิตปิโตรเลียม ขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ก็เป็นทางออกในการเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมให้กับประเทศ ทดแทนก๊าซจากพื้นที่ผลิตในอ่าวไทยที่จะลดปริมาณลงเรื่อยๆ
เรื่องนี้ช้าไม่ได้อีกต่อไปครับ







