
รบ.เตรียมลดทหารชายแดนใต้
ปณิธาน รับ ดัน อส.ทหารพรานเข้าทำหน้าที่แทนกำลังทหารขายแดนภาคใต้
ปณิธาน รับ ดัน อส.ทหารพรานเข้าทำหน้าที่แทนกำลังทหารขายแดนภาคใต้
นายปณิธาน วัฒนายางกร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีนโยบายภายในปีนี้จะพยายามลดกำลังทหารลงโดยสอดคล้องความต้องการของกองทัพที่เสนอให้มีการลดกำลังทหาร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการถอนกำลังทหารต้องสอดคล้องกับการเพิ่มขีดความสามารถทหารพรานและอส. ซึ่งครม.ก็มีมติบรรจุอัตรากำลังอส.
“ เมื่อมีทหารพราน มีอส.ที่มีขีดความสามารถก็จะสามารถทยอยถอนกำลังได้ และน่าจะดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในจังหวะที่มีโครงสร้างศอ.บต.ออกมาตามกฎหมาย” นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวว่า กรณีที่นายกฯจะใช้ช่องทางตามมาตรา 21 ของพ.ร.บ.มั่นคงเพื่อดึงบุคคลที่หลงผิดในขบวนการก่อความไม่สงบกลับเข้ามาเป็นแนวร่วมของภาครัฐ ซึ่งในขณะนี้สมช.กำลังประสานกอรมน.ในพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้ โดยรวบรวมผู้ต้องสงสัยที่สมัครใจไว้เบื้องต้น ขณะเดียวกัน สมช.กำลังหารือฝ่ายกฎหมายในการทำหลักเกณฑ์ว่าใครเข้าข่ายบ้าง โดยตามกระบวนการผู้ที่จะได้รับการพิจารณาต้องผ่านอัยการผ่านดุลพินิจของศาลก่อน คล้ายๆ การฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นขอบสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรจุสั่งให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จำนวน 1,440 อัตรา ในวงเงินทั้งสิ้น 263,600,600 บาท โดยปรับลดระยะเวลาสั่งใช้สมาชิก อส.และค่าใช้จ่ายอื่นๆให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและความจำเป็น
วันเดียวกัน ครม.มีมติขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.ถึง 19 เม.ย. ทั้งนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) รายงานด้วยว่าในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาการใช้พรก.การบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน มีประโยชน์ต่อการควบคุมสถานการณ์ โดยส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 171 คน และได้ดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากากรบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกับการยึดหลักความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน







