
เสรีพิศุทธ์สั่งหาหลักฐานการเมืองแทรก ปตท.
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สั่งหาหลักฐานการเมืองแทรก ปตท. เน้นย้ำหลักฐานการสั่งการเพื่อการแทรกแซงของเจ้าหน้าที่รัฐทางโปรแกรมแอปพลิเคชันไลน์
จากการที่ นายสยามราช ผ่องสกุล ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับเรื่องมีการแทรกแซง บริษัท.ปตท.และบริษัทในเครือโดยฝ่ายการเมือง ต่อมาคณะกรรมาธิการฯได้มีหนังสือลงวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เชิญให้เข้าร่วมประชุมชี้แจง ในวาระการประชุมในเรื่องดังกล่าว ณ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 29 ธันวาคม 2565 เวลา 10.30 น. ในวันและเวลาดังกล่าว นายสยามราชได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าได้รับทราบจากข่าวที่ได้เผยแพร่ปรากฏสู่สาธารณชนทั่วไป
โดยรายละเอียดของข่าว ได้เกิดการไม่ลงรอยระหว่างรัฐมนตรีพลังงานกับประธานบอร์ด ปตท.ถึงกรณีการยื่นหนังสือลาออกจากประธานกรรมการ หรือประธานบอร์ด บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ของศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ โดยผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงต่อสำนักงานตลาดหลักทรัพย์ภายหลังจากมีหนังสือลาออกของประธานบอร์ด บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ว่อนตามสื่อต่างๆ ว่ายังไม่ได้รับหนังสือลาออกดังกล่าว ต่อมาปรากฏข่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นคนกลางทำหน้าที่ีไกล่เกลี่ยเพื่อประสานร้อยร้าว จนกลับมาทำงานร่วมกันได้และได้มีการตกลงยกตำแหน่ง CEO บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ให้กับนายบัณฑิต ธรรมประจำจิต การทำหน้าที่คนกลางในวันนั้นก่อให้เกิดผู้บริหารคนใหม่ในตำแหน่ง CEO บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปตท. แทน “วิรัตน์ เอื้อนฤมิต”
หลังจากปรากฏข่าวได้ประมาณ 1-2 เดือน ปรากฏว่าต่อมามีการสรรหาและคัดเลือกนายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ให้ดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ตามที่ได้มีการตกลงกันจริง จึงให้เกิดความสงสัยว่ามีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือไม่ หากมีการแทรกแซงจริงถือว่าความผิดได้สำเร็จแล้ว ทำให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร เกิดความสงสัยเป็นอย่างมากและต้องการทราบถึงหลักฐานที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว
นายสยามราชแจ้งว่า ขอให้ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร เชิญศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานบอร์ด ปตท.มาให้ข้อเท็จจริงพร้อมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ อาทิเช่น การสั่งการผ่านโปรแกรมแอปพลิเคชันไลน์
ภายหลังเมื่อ นายสยามราช ชี้แจ้งข้อเท็จจริงแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความสนใจและกำชับให้หาพยานหลักฐานอื่นๆ มาประกอบการร้องเรียนดังกล่าว โดยได้เน้นย้ำหลักฐานการสั่งการเพื่อการแทรกแซงของเจ้าหน้าที่รัฐทางโปรแกรมแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







