posttoday
ไม่ใช่ช่องทางฟอกเงิน "สุพัฒนพงษ์" ยันมีกม.คุมเข้ม "ต่างชาติ" ถือครองที่ดิน

ไม่ใช่ช่องทางฟอกเงิน "สุพัฒนพงษ์" ยันมีกม.คุมเข้ม "ต่างชาติ" ถือครองที่ดิน

03 พฤศจิกายน 2565

"สุพัฒนพงษ์” แจงสภาฯ มีกติกาควบคุมต่างชาติถือครองที่ดิน ไม่ใช่ช่องทางฟอกเงิน ขอให้เชื่อมั่นศักยภาพของประเทศสามารถดึงนักลงทุนร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในการประชุมสภาฯ ช่วงกระทู้ถามสด นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ตั้งกระทู้ถามสดคัดค้านต่อกรณีการแก้ไขกฎกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเรื่อง ‘ให้คนต่างชาติถือครองที่ดินได้’ จะเป็นนโยบายที่เพิ่มความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินของคนไทย  เนื่องจากการออกนโยบายดังกล่าวของรัฐบาลระบุเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นถือเป็นวิธีการที่โบราณ และอาจจะเปิดช่องให้เกิดการฟอกเงินหรือการทุจริตได้  

โดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงานชี้แจงว่า กฎดังกล่าวเพื่อเพิ่มแรงดึงดูดและแรงจูงใจ หากมีผู้สนใจหนึ่งล้านคนจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในประเทศหนึ่งล้านล้านบาท ที่กังวลว่าคนต่างชาติจะใช้ช่องทางดังกล่าวทำผิดกฎหมาย ใช้เป็นแหล่งฟอกเงินนั้น ในหลักเกณฑ์ต้องคัดกรองการกระทำและมีการตรวจสอบหากพบว่าทำผิดกฎหมายคุณสมบัติจะตกไปทันที ดังนั้นหากประเมินเรื่องประโยชน์ ต้องดูแอลทีอาร์ ดังนั้นตนเชื่อว่าสภาฯ จะสนับสนุนเพื่อดึงคนที่มีศักยภาพมาร่วมพัฒนาประเทศไทย ทั้งนี้นโยบายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่รับฟังจากสภาฯ ผู้ประกอบการ ผู้สนใจลงทุนในประเทศไทย สิ่งที่ให้เท่าที่จะสมดุลไม่มากหรือน้อยไป ประเทศอื่นๆเสรีมากกว่า ประเทศไทย แต่ประเทศไทยยังเข้มงวดในบางเรื่อง

“นโยบายนี้ตั้งเป้าล้านคน จะอยู่อาศัยแบบไหน ที่ประเมินจะถือครองที่ดินหนึ่งล้านไร่นั้น ถือว่าประเมินเต็มอัตรา  นโยบายของรัฐบาลเป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้น ขอให้เชื่อให้ประเทศไทย หากไม่เชื่อว่าจะดึงดูดการลงทุนและอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศ หากไม่เชื่อและบอกว่าวิธีทางที่เก่าและโบราณ ท่านต้องทบทวนไปศึกษา ว่าลงทุนหรือเข้ามาของการลงทุนใหม่และคนสนใจที่จะเข้ามาในประเทศและลงทุนในประเทศมีคนอีกหลายล้านคนในต่างประเทศที่มองว่าเป็นเมืองน่าอยู่น่าอาศัย อย่ามองประเทศในเชิงลบมากเกินไป  ทุกวันนี้ต้องเชื่อว่ามีกระแสย้ายฐาน การฟื้นฟู เติบโต และประเทศไทยจะได้รับโอกาส” นายสุพัฒนพงษ์ ชี้แจง

ขณะที่ในช่วงท้ายของการตั้งคำถาม นายพิธาได้ยกตัวอย่างจากการพูดคุยกับผู้ว่าเมืองโซล ประเทศเกาหลีใต้ ถึงความนิยมของคนที่จะเข้ามาอยู่อาศัยในเมือง ซึ่งได้รับคำตอบว่าคือการทำเมืองที่น่าอยู่ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ทำให้คู่สมรสอยากเดินทางอาศัย
 

นายสุพัฒนพงษ์ จึงชี้แจงตอบโต้ ว่า ตนขอฝากไปถามอีกนิดว่าเขามีเงื่อนไขการครอบครองที่ดินของคนต่างชาติอย่างไร มีความเข้มงวดกว่าไทยหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ขอยืนยันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีโอกาส มีศักยภาพที่นักลงทุนจะเข้ามาลงทุน ขอให้ภูมิใจในประเทศ ที่สามารถเดินหน้าผ่านโควิด มีเสถียรภาพทางการเงิน การคลังอยู่ในระดับดี ทำให้เกิดกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีดิจิทัล ระดับสำคัญ

"ไม่น่าเชื่อว่าเราเองมีความไม่มั่นใจ ยังมีข้อครหา ข้อค้านกันอยู่ ทั้งนี้ผมยืนยันว่ากฎกระทรวงดังกล่าวมีการควบคุมกติกา หากใครที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ ดังนั้นขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือ ที่พูดถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยาเสพติด มีอยู่ในทุกประเทศ หากจะให้ข้อมูล เปรียบเทียบ กรุณาเปรียบกับประเทศไทยเป็นเมืองน่าอยู่อาศัย จงภูมิใจในประเทศของเรา” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว
 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก