
คำขวัญวันเด็กคือตัวตนของนายกฯ
...สมผล ตระกูลรุ่ง
วันเด็กปีนี้ผ่านพ้นไปแล้ว ผ่านไปพร้อมกับคำขวัญสวยหรูจากนายกรัฐมนตรี อันเป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อกันมาตั้งแต่ปี 2499 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป เพราะเด็กไทยจดจำไว้เพียงเพื่อตอบคำถามเอารางวัล หรือไม่ก็เพื่อตอบข้อสอบ
แม้เด็กไทยจะได้รับคำขวัญมากว่า 50 ปี แต่ละคำขวัญล้วนแต่ต้องการให้เด็กไทยเป็นคนดี แต่แปลกที่ผลกลับตรงกันข้าม เพราะสถิติเด็กทำความผิดมากขึ้น หรือเด็กไทยกำลังจะสอนอะไรให้กับผู้ใหญ่
คำขวัญวันเด็กที่นายกรัฐมนตรีแต่ละท่าน คิดเรียบเรียงให้เด็กนั้น สะท้อนถึงตัวตนและปัญหาของบ้านเมืองในขณะนั้นๆ คำขวัญวันเด็กของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อปี 2499
“จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม”สำหรับคำขวัญวันเด็กของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตลอด 5 ปี สมศักดิ์ศรีผู้นำปฏิวัติที่ประกาศว่า ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมาก
คำขวัญในปีต่อๆ มาของนายกฯ แต่ละท่าน ก็มักจะเน้นเรื่องการให้เป็นเด็กดี การกระตุ้นให้เด็กรักชาติ ขยันหมั่นเพียร แต่บางคำขวัญฟังแล้วก็งงๆ ไม่รู้ว่าท่านจะบอกอะไร เช่น
คำขวัญวันเด็กปี 2515 ของจอมพลถนอม กิตติขจร
“เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ”คำขวัญวันเด็กปี 2517 ของอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
“สามัคคีคือพลัง”คำขวัญวันเด็กปี 2522 ของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
“เด็กไทยคือหัวใจของชาติ”ฟังคำขวัญข้างต้นแล้ว ต้องถามต่อไปว่า แล้วไงต่อไป กำลังจะบอกอะไรและบอกใคร เด็กๆ ที่ฟังจะเข้าใจหรือไม่ว่า ท่านกำลังบอกอะไรกับเด็ก
คำขวัญวันเด็กที่พูดถึงคุณธรรมและความซื่อสัตย์ เริ่มตั้งแต่สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงปี 2534
–2531เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม (คำขวัญเดียวกัน 3 ปี)
คำขวัญของ พล.อ.เปรม จะเน้นเรื่องการเชิดชูสถาบัน เรื่องคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความประหยัด ซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวตนของ พล.อ.เปรม เอง
ส่วนคุณชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านวันเด็ก 7 ครั้ง ด้วยความเป็นคนยึดมั่นในหลักการ ชูคุณธรรมและความซื่อสัตย์ และเป็นยุคที่น่าจะมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม คำขวัญจึงออกมาทำนองนั้น แต่มีเพียง 4 คำขวัญ เพราะแกชอบใช้ของเก่าซ้ำๆ คือ
“ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม” “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม” “ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย” และ “มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย”คำขวัญของคุณทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ของคนรากหญ้า มาอีกแนวหนึ่งที่สะท้อนตัวตนของคุณทักษิณ ตลอด 5 ปี ตั้งแต่ปี 25452549
เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
คำขวัญวันเด็กของคุณทักษิณ สะท้อนตัวตนของคุณทักษิณได้ชัดเจนที่สุด คุณทักษิณเป็นคนใฝ่รู้ รักการอ่าน แสวงหาความรู้ตลอดเวลา เพื่อให้ทันเทคโนโลยี และคุณทักษิณ ใช้ความรู้ที่มีอยู่สร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยให้กับตัวเองอนาคตที่ดีในความหมายของคุณทักษิณน่าจะหมายถึงการมีรายได้ดีการได้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี เพราะคุณทักษิณเน้นเรื่องวิชาความรู้ คำขวัญของคุณทักษิณจึงไม่มีความซื่อสัตย์ ไม่มีเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
ส่วน 3 ปีของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเน้นเรื่องของจิตใจ เรื่องของคุณธรรม อยู่บ้าง คือ
ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ
คำขวัญวันเด็กทั้งหมดเท่าที่มีมา ยังไม่มีนายกรัฐมนตรีท่านใดที่พูดถึงเรื่องการเคารพกฎหมาย การยอมรับกติกาของบ้านเมืองบ้างเลย แม้จะมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากนักกฎหมายถึง 5 ท่าน
คำขวัญวันเด็ก ไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการคิดถ้อยคำหรูๆ ให้ดูดี แต่ไม่ได้มีผลในทางปฏิบัติ ไม่ได้ปลุกจิตสำนึกให้กับเด็กๆ เลย ลองถามเด็กๆ ว่า คำขวัญวันเด็กปีที่แล้ว คืออะไร ผมไม่แน่ใจว่าจะมีเด็กกี่คนที่จำได้ ยิ่งถ้าย้อนกลับไปหลายๆ ปี คงไม่มีเด็กคนใดจำได้ เพราะไม่ออกข้อสอบแล้ว การให้คำขวัญวันเด็กจึงน่าจะมีกิจกรรมอะไรที่มากกว่าการให้เด็กจำแบบนกแก้วนกขุนทอง เพื่อไว้ใช้ตอบปัญหาชิงรางวัล หรือไว้ตอบข้อสอบเท่านั้น
ในความเป็นจริงแล้ว ท่านผู้ทรงเกียรติที่นั่งบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในขณะนี้ ผ่านคำขวัญวันเด็กมาทุกปี แต่ไม่เคยนำมาใช้ปรับปรุงตนเองเลย เพราะเราไปใส่เครื่องหมายการค้าว่า เป็นคำขวัญเด็ก หากต้องการให้คำขวัญเด็กมีประโยชน์กับประเทศชาติบ้าง น่าจะเป็นการให้คำขวัญวันเด็กที่ผู้ใหญ่จะต้องประพฤติปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง จะได้เกิดผลที่เป็นจริงบ้าง
การให้ความสำคัญกับเด็กเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่เพียงปีละวันเท่านั้น







