posttoday
ยังเหมือนเดิมแฮะ

ยังเหมือนเดิมแฮะ

10 มกราคม 2554

....สันทัด กรณี

....สันทัด กรณี

ผมหายหน้าหายตาไม่ได้พบกับท่านผู้อ่านมาร่วมสัปดาห์ กลับมาประจำการดังเดิมแล้วครับท่าน

ครับ...ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับ เข้าป่าขึ้นเขาลงหุบในรัศมีไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ไปเพื่อทดสอบประกาศห้ามนำเข้า ห้ามดื่ม ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ

ดังที่ทราบ กฎหมายตามประกาศล่าสุดของกรมอุทยานฯ ตามนโยบาย (คำสั่ง) คุณสุวิทย์ คุณกิตติ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ใครฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้ มีโทษมหันต์ขั้นติดคุก

ไปเที่ยวนี้ ผมทำตัวปกติเหมือนตอนเข้าป่าอุทยานฯ ครั้งไม่มีประกาศกฎคิดสั้น คือ นำเครื่องดื่มไปเองจำนวนหนึ่ง แล้วก็นำติดมือไปฝากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ถ้าพอมีให้ได้ควรให้ เชื่อเถิดว่า เจ้าหน้าที่ที่ทำงานดูแลปกปักรักษาป่าไม้ให้เรานั้น แต่ละท่านทำงานเหนื่อยหนักเกินรายได้ที่รัฐมอบให้ทุกคนแหละครับ

หลายวันหลายคืนในสองสามพื้นที่ ขอเรียนท่านผู้อ่านว่า บรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชมธรรมชาติยังคงสามารถสุนทรีย์ได้ตามปกติ ไม่มีเจ้าหน้าที่มาคอยเข้มงวดกับการพักผ่อนของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด

ครับ เห็นมา ทำมา ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง

อยากให้นักการเมืองบางคนบางท่านได้รู้ว่าไอ้การออกกฎหมาย ออกประกาศมาบังคับผู้คน โดยขัดต่อขนบวิถีชีวิตของคนในสังคมนั้น มันก็แค่ทำให้เปลืองกระดาษขึ้นมาอีกปึก เจ้าหน้าที่ซึ่งเหนื่อยมากพออยู่แล้วก็ต้องมาโดนเพิ่มงาน ซึ่งเป็นงานบรื้อๆๆ

อึดอัดด้วยกันทุกฝ่าย ใครว่าเท่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เอ่อ...ผมไม่ได้แนะให้ใครดื่ม เพียงแต่ต้องการเรียนว่า หากคิดจะดื่ม ควรดื่มในที่ควรดื่ม อย่าดื่มในที่ไม่ควรดื่ม และหากคิดออกกฎหมายก็ออกในสิ่งที่ควรออก อย่าออกในสิ่งที่ไม่ควรออก

อย่างจดหมายที่ผู้อ่านเขียนมาฉบับนี้ ผมเชียร์ครับ

เรียน คุณสัดทัด กรณี ที่นับถือ

ผมขอออกความเห็นเรื่องที่การรณรงค์เมาไม่ขับไม่ค่อยได้ผล สาเหตุหนึ่ง คือ คำที่ใช้ในสโลแกนว่า “เมา” นั่นเอง คำนี้ทำให้ผู้คนเข้าใจไปว่า ตราบใดที่ไม่เมาก็ขับได้ แต่อย่างไหนที่เรียกว่าเมา?

หนังสือชื่อ การพัฒนาโครงการความปลอดภัยด้านการจราจรและแอลกอฮอล์สำหรับผู้สูงวัย โดย เจมส์ แอล. มัลเฟตตี และ ดาร์เลน เจ. วินเตอร์ กล่าวว่า “เบียร์กระป๋องขนาด 12 ออนซ์ 2 กระป๋องที่ดื่มภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง อาจทำให้ปฏิกิริยาของคนขับรถช้าลง 0.4 วินาที ทำให้รถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 88 กม./ชั่วโมง เพิ่มระยะหยุดขึ้น 10 เมตร” คือ แทนที่จะเกือบชนก็จะกลายเป็นชน

ด้วยข้อเท็จจริงนี้ จึงพอจะเห็นได้ว่าผู้คนขาดความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อสติสัมปชัญญะของเรา สโลแกนที่ว่า “เมาไม่ขับ” ดูเหมือนจะกลายเป็นการเปิดช่องให้ดื่มได้ แต่อย่าให้เมาก็แล้วกัน บางคนใช้สโลแกน “ดื่มไม่ขับ” ซึ่งน่าจะถูกต้องกว่า

ลงชื่อ...แก้ว

เห็นด้วยครับ กระซิบเพื่อทราบ ท้ายรถผมก็ติดสติกเกอร์แผ่นเบ้อเริ่มว่า “เมาบ่ขับ” อิ อิ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ