
เหลือง- แดง กดดันมาร์ค
สัปดาห์ที่ผ่านมาปมร้อนทางการเมืองมุ่งประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ที่ถูกจุดชนวนขึ้นอีกครั้งหลังจากความสัมพันธ์ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เริ่มชื่นมื่นขึ้นได้ระยะหนึ่ง
แต่พลันตกต่ำฉับพลัน เมื่อทหารกัมพูชาจับตัวนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และคนไทยอีก 6 คน เช่น นายวีระ สมความคิด และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ฯลฯ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ถูกตั้งข้อหาบุกรุกดินแดนของราชอาณาจักรกัมพูชาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2553 ขณะลงไปสำรวจพื้นที่บริเวณชายแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
ไม่เท่านั้น เหตุการณ์ดังกล่าวยังฉุดการเมืองภายในประเทศให้ร้อนตามไปด้วย เมื่อคนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) โดนจับ ทางแกนนำย่อมทนไม่ได้ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นำมวลชนบุกไปประท้วงนายฮุนเซน ตรงบริเวณแนวชายแดนใกล้จุดเกิดเหตุ
เรียกร้องให้ปล่อยตัว 7 คนไทย พร้อมกับจัดชุมนุมกดดันรัฐบาลหน้าทำเนียบรัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือ และยังกล่าวโจมตีว่านายอภิสิทธิ์ไร้น้ำยา ไม่กล้ายืนยันอธิปไตยเหนือดินแดนบริเวณดังกล่าวเป็นของฝ่ายไทย
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงอีก เมื่อฝ่ายกัมพูชาแสดงท่าทีแข็งกร้าวไม่ประนีประนอมตามคำขอของผู้ใหญ่ในรัฐบาล แม้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ บินไปพบกับนายซกอาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ด้วยตัวเองก็ไร้ผล
มิหนำซ้ำทางกัมพูชากลับจับ 7 คนไทยใส่ห้องขังในเรือนจำเปรซอร์และนำตัวขึ้นศาล พร้อมกับตั้งข้อหาฉกรรจ์ คือ ข้อหาละเมิดชายแดนเขตทหาร โดยเฉพาะในส่วนคดีนายวีระ สมความคิด เพิ่มข้อหาจารกรรมข้อมูลทางทหารไปอีกกระทง กลายเป็นว่าทางกัมพูชาไม่ไยดีต่อคำขอของรัฐบาลไทยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น การเมืองภายในประเทศบานปลายจากการชุมนุมของกลุ่ม พธม. ที่กำลังซ้ำเติมสถานการณ์และผลักให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายฮุนเซนถี่ห่างขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ฝ่ายไทยเป็นรอง จึงได้เห็นท่าทีของนายอภิสิทธิ์ที่สงบคารมไม่ตอบโต้ เพราะยิ่งกล่าวตอบโต้หรือตอกย้ำประเด็นอธิปไตยเหนือดินแดนตรงจุดเกิดเหตุ ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสของคนไทยได้รับอิสรภาพ จึงทำให้ในรอบสัปดาห์นายกฯ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ประเด็น 7 คนไทยทั้งอาทิตย์
อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมชีวิตของ 7 คนไทยยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร จะได้รับการปล่อยตัวหรือติดคุกยาว ซึ่งต้องรอลุ้นกันในวันจันทร์ที่ 10 ม.ค.นี้ ทางศาลกัมพูชาจะพิพากษา
สถานการณ์นี้เข้าทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาแสดงตัวช่วยเจรจากับฮุนเซน ให้อภัยโทษ 7 คนไทย เหมือนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยแสดงฝีมือกรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทยที่ถูกจับกุมดำเนินคดีในประเทศกัมพูชา ข้อหาสายลับและโจรกรรมข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ประหนึ่งเพื่อหวังชิงแต้มต่อทางการเมือง และซ้ำเติมค่าโง่ครั้งใหญ่ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่เสียท่าเกมการเมืองกัมพูชา
สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เริ่มกันที่ความพยายามของนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ที่จะคืนอิสรภาพให้กับ 7 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกจากคุก แต่ล้มเหลว เนื่องด้วยศาลอาญายกคำร้องไม่ให้ประกันตัว เพราะศาลเกรงว่าจะหลบหนี
ไม่เท่านั้น แกนนำเสื้อแดงนอกคุกก็ยังเคลื่อนไหวต่อเนื่อง นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นัดชุมนุมประจำเดือนในวันที่ 9 ม.ค.นี้ มีวัตถุประสงค์ชุมนุมเพื่อร่วมไว้อาลัยกับผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต พร้อมกับจะเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังราชประสงค์ หวังแสดงพลังคนเสื้อแดงว่ายังแดงเดือดอยู่ไม่สร่าง
ไม่ต่างจากความเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทย เริ่มต้นปีกระต่ายยังสาละวนเฟ้นหาตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งมีแคนดิเดตหลายคนแต่ที่ได้รับแรงหนุนที่สุด คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ขนาดนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวสนับสนุนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยด้วยซ้ำ
ปิดท้ายประเด็นร้อนไปทั้งวงการอุตสาห กรรมยาสูบ เมื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 ห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ ห้ามขายแก่เด็กอายุ 20 ปี เพื่อหวังลดสิงห์อมควันรายใหม่







