
สัญญาปีใหม่
...อรุณ จิรชวาลา
ชาวตะวันตกมีประเพณีที่เราน่าจะเอาเป็นแบบอย่างอยู่อย่างหนึ่งคือ ในช่วงปีใหม่ เขาจะถามตัวเองว่า มีอะไรเป็นจุดอ่อน จุดด้อยในตัวที่เขาอยากจะพัฒนาปรับปรุง หรือแก้ไข แล้วก็เลือกเรื่องที่เขาเห็นว่าสำคัญขึ้นมาเรื่องหนึ่ง จากนั้นก็ให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะแก้ไขในสิ่งนั้น เช่นจะเลิกเหล้า จะเลิกบุหรี่ หรือจะตั้งใจเรียนและสอบให้ได้เอทุกวิชา เป็นต้น
บ่อยครั้งเขาจะประกาศให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงทราบ เพื่อให้ช่วยเป็นสักขีพยาน ช่วยเป็นกำลังใจ และช่วยเตือนสติเมื่อเห็นเขาเดินผิดทาง
จากการสำรวจพบว่า ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา คำมั่นสัญญาปีใหม่ (New Year Resolution) ที่นิยมกันมากที่สุดคือ จะลดน้ำหนัก เพราะปัจจุบันมีคนตะวันตกเป็นโรคอ้วนกันมาก
สำหรับคนหนุ่มสาว ปัญหาใหญ่ที่สุดของน้ำหนักตัวที่มากเกินไปคือ ทำให้ขาดเสน่ห์ในการดึงดูดเพศตรงข้าม ทำให้สูญเสียความมั่นใจ และเกิดความเครียด
สำหรับวัยกลางคนและวัยชรา มีประเด็นที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือเรื่องสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคกระดูกและข้อต่างๆ เป็นต้น
ในความเป็นจริง โรคอ้วนไม่ได้เป็นปัญหาของคนตะวันตกเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นปัญหาของสังคมทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดยมีสาเหตุที่สำคัญ 2 ประการ คือ
หนึ่ง อาหารมีราคาถูกลงเมื่อเปรียบกับรายได้ โดยในประเทศที่พัฒนาแล้ว ค่าใช้จ่ายหมวดอาหารจะเฉลี่ยประมาณหนึ่งในสิบของรายได้หรือรายจ่ายรวมเท่านั้น
ทำให้คนส่วนใหญ่มีความสามารถซื้อหาอาหารนานาชนิดมารับประทานได้โดยสะดวก
สอง วัฒนธรรมการกินอาหารแบบบุฟเฟต์ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก โดยในบ้านเราเอง จะเห็นได้ว่าอาหารเช้าในโรงแรมเกือบจะทุกแห่งได้กลายเป็นบุฟเฟต์ไปหมดแล้ว โรงแรมหลายแห่งแม้แต่อาหารกลางวันและอาหารเย็นก็พลอยเสิร์ฟแบบบุฟเฟต์ไปด้วย ร้านอาหารทั่วไปก็นิยมแบบบุฟเฟต์มากขึ้นเช่นกัน เช่น พวกหมูกระทะและสุกี้ เป็นต้น
โดยทั่วไป อาหารแบบบุฟเฟต์สะดวกและเป็นประโยชน์ทั้งกับผู้ขายและผู้ซื้อ กล่าวคือ ผู้ขายก็ประหยัดต้นทุนในการให้บริการ เพราะใช้คนน้อยกว่า รวมทั้งมีของเสียและของเหลือน้อยกว่า ในขณะที่ผู้ซื้อก็รู้สึกว่าคุ้มค่า เพราะสามารถเลือกรับประทานแต่ของที่ชอบ และรับประทานได้เต็มที่ จนเกินความต้องการของร่างกาย
กลับมาที่เรื่องสัญญาปีใหม่ คนไทยเราก็มีจำนวนไม่น้อยที่ให้คำมั่นกับตนเองหรือกับคนที่ตนรักว่าจะลดน้ำหนัก แต่ผลที่ได้มักจะไม่ต่างไปจากฝรั่งชาติตะวันตก คือทำได้น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือทำไม่ได้เลย ส่วนใหญ่เริ่มต้นไปได้ไม่นาน ยังไม่เห็นผลอย่างจริงจัง ก็หมดกำลังใจเสียก่อน และเลิกทำในที่สุด
คนไทยที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่รักสวยรักงาม มักจะแก้ปัญหาแบบผิดวิธี เช่นโดยการอดอาหารบ้าง หรือโดยการกินยาลดความอ้วนบ้าง ซึ่งวิธีเหล่านี้นอกจากจะไม่ได้ผลถาวรแล้ว บางครั้งยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย
มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สัญญากับตนเองว่าจะลดน้ำหนัก ดังนี้
หนึ่ง ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะลดเท่าไร เช่น 3 หรือ 5 หรือ 10 กิโลกรัม เป็นต้น
สอง ต้องเป็นเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้ และเมื่อทำได้แล้ว จะดำรงรักษาไว้ได้ด้วย ป่วยการที่จะตั้งเป้าหมายเกินตัว ซึ่งมีโอกาสล้มเหลวสูง หรือต้องใช้วิธีการรุนแรงที่ร่างกายจะทนรับสภาพได้ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นก็อาจกลับไปสู่สภาพเดิมอีก
สาม กำหนดแผนและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นวิธีปฏิบัติที่อาจพัฒนาให้กลายเป็นนิสัยติดตัวได้ตลอดไป เช่นออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที และรับประทานอาหารครั้งละไม่เกิน 1 จาน โดยมีส่วนประกอบของผักและผลไม้ไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นต้น
สี่ กำหนดกรอบเวลาสำหรับการสรุปผลที่ชัดเจน โดยในระยะแรกควรเป็นระยะเวลาที่ไม่นานจนเกินรอ เช่น 30 วัน สำเร็จแล้วครั้งต่อไปจึงวางแผนที่ยาวขึ้น
พึงระลึกว่า ระหว่างปฏิบัติอาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ เช่นอยู่ในงานเลี้ยงและทนความเย้ายวนไม่ไหว หรือสัปดาห์ที่ 3 ลดไม่ได้ 1 กิโลกรัมตามแผน เป็นต้น ให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นบทเรียน ไม่เป็นเหตุให้ท้อถอย หรือล้มเลิกแผนการ
มีเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำคือ หลังจากลดน้ำหนักลงได้ส่วนหนึ่งก็จะถึงทางตัน ทำอย่างไรก็ไม่ยอมลดลงต่อ
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะพอน้ำหนักตัวลดลง การเผาผลาญของร่างกายก็ลดลงไปด้วย แม้แต่ในขณะออกกำลังกาย การเผาผลาญก็จะน้อยกว่าการออกกำลังกายในช่วงที่น้ำหนักตัวมากกว่า
วิธีแก้ปัญหานี้คือ จะต้องปรับนิสัยการกินและการออกกำลังกายอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับน้ำหนักตัวที่ลดลงไปแล้วบางส่วน กล่าวคืออาจต้องลดอาหารลงอีกนิด และเพิ่มการออกกำลังกายอีกหน่อย ซึ่งหากทำได้ น้ำหนักตัวก็มักจะลดลงได้อีก จนกว่าจะถึงทางตันอีกครั้งหนึ่ง
ที่สำคัญคือ เมื่อในที่สุดถึงจุดที่ลดต่อไม่ไหวแล้ว ก็ให้พยายามรักษาความสำเร็จที่ได้ทำมาแล้วทั้งหมดให้อยู่ติดตัวให้จงได้ เพราะอย่างน้อยการได้ลดน้ำหนักตัวลงบางส่วนอย่างถาวรก็ยังดีกว่าลดไม่ได้เลย
อยากเห็นคนไทยทุกคนที่น้ำหนักตัวมากเกินไป สัญญากับตัวเองว่าปีนี้จะลดน้ำหนักให้ได้ มันไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นเกินกำลังความสามารถ เพียงปรับเปลี่ยนนิสัยการกินและการออกกำลังกาย โดยไม่ต้องทนอดอยากหิวโหยและไม่ต้องกินยา ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว
ทำเองโดยสมัครใจดีกว่าครับ อย่ารอให้หมอสั่ง เพราะเมื่อถึงเวลานั้น บางอย่างอาจจะสายเกินแก้







