
DSIคาดไม่เกิน15เม.ย.รู้ผลรับคดีแตงโมเป็นคดีพิเศษหรือไม่
อธิบดีเอสไอชี้คดีแตงโมเป็นอาญาแผ่นดิน คาดไม่เกิน 15 เม.ยรู้รับคดีพิเศษหรือไม่ ระบุหากตำรวจสรุปสำนวนส่งอัยการคดียุติ ด้าน "รสนา" เทียบ คดีแตงโม กับ บอส อยู่วิทยา"ไม่ต่างกันผู้เสียหายตายฟรี เหตุกระบวนการยุติธรรมไม่ทำงาน
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 65 นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะ แพทย์จากสถาบันนิติเวชวิทยา และคณะแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมแถลงก่อนการประชุมดูข้อมูลทางคดีและวางแผนการสืบสวนสอบสวนคดีนักแสดงสาว น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม โดยมีน.ส.รสนา โตสิตรกระกูล อดีตสว.ในฐานะผู้ร้องเข้าร่วมฟังการแถลงด้วย
นพ.ไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนร่ามกับบุคคลากรในสาขาสหวิทยาการ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่เคยชันสูตรศพแตงโมในรอบแรกและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าชันสูตรซ้ำในรอบที่ 2 พร้อมตั้งเป็นเลขสืบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐานเสนอเข้าอนุกรรมการกลั่น กรองพิจารณา เนื่องจากพฤติกรรมของคดีนีดังกล่าวไม่อยู่ในบัญชีแนบท้ายตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ที่ดีเอสไอสามารถดำเนินการรับเป็นคดีพิเศษได้เลย แต่เนื่องจากมีผู้ร้องดีเอสไอจึงต้องดำเนินการ
คดีนี้ผู้ร้องไม่จำเป็นต้องเป็นมารดาของผู้เสียชีวิต แต่ประชาชน รัฐ เอกชน หรือองค์กรทั่วไปสามารถร้องได้ คาดว่าอนุกรรมการกลั่นกรองจะพิจารณา แล้วเสร็จภายวันที่ 15 เม.ย. หรือช้าสุดไม่เกินวันที่ 1 พ.ค ก็จะทราบว่าต้องนำเรื่องเสนอให้บอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวแม้มารดาของแตงโมไม่เห็นด้วยและไม่ต้องการให้เป็นคดีพิเศษนั้น ขอชี้แจงว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดินต้องพิจารณาตามขั้นตอน การรับคดีพิเศษหรือไม่นั้นต้องดูจาก 5 เงื่อนไข คือ คดีมีความซับซ้อน , เป็นที่สนใจของสังคม , กระทบต่อความมั่นคง , เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ เกี่ยวข้องผู้มีอิทธิพลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ก็สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดียังอยู่ในความรับผิดชอบตำรวจ หากตำรวจสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องอัยการไปก่อน ดีเอสไอ จะไม่สามารถดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อได้ ยกเว้นกรณีที่อัยการมีความเห็นสั่งสอบสวนเพิ่มเติม ดีเอสไอ จึงสามารถรับมาพิจารณาเป็นคดีพิเศษต่อไปได้
ขณะที่ น.ส.รสนา ซึ่งมาติดตามความคืบหน้าของคดีกล่าวว่า คดีการเสียชีวิตของแตงโม เป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดินและกระทบต่อระบบกระบวนการยุติธรรมของไทย หากเปรียบเทียบคดีบอส อยู่วิทยา ก็ไม่ต่างกัน เพราะเจ้าหน้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงความเร็วของรถที่ชนตำรวจเสียชีวิตให้อยู่ที่ 80 กิโลเมตรต่อ 1 ชั่วโมงแล้วสรุปว่า เป็นคดีขับรถประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ถ้าไม่มีการร้องเรียนไปยังตำรวจสากล คนตายก็ตายฟรี ไม่ต่างกับกรณีของการเสียชีวิตแตงโม ซึ่งมีเงื่อนงำ และมีพิรุธ โดยเฉพาะการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การสอบสวน การเก็บหลักฐานฯลฯ
"แม้คุณแม่แตงโมจะไม่ติดใจก็เป็นสิทธิของคุณแม่ แต่เป็นคดีที่กระทบต่อความมั่นคงโดยภาพรวม ไม่ใช่เป็นคดีที่ครอบครัวเป็นผู้เสียหายเท่านั้น ส่วนการที่ดีเอสไอจะรับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ก็ขอให้เป็นไปตามพยานหลักฐาน และตนอยากให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีความเป็นธรรมตรงไปตรงมา"นางรสนา กล่าว







