
"สุธรรม"ดับเครื่องชนส.ว.วันชัยเหน็บเลิกเป็นลูกไล่เผด็จการ
"สุธรรม"เหลืออดตบปากส.ว.วันชัยไม่รู้จริงแล้วพูดอัดแหลกให้สงบปากเสงี่ยมคำลาออกจากการเป็นลูกไล่เผด็จการ ให้ใช้วิชาสมัยบวชเรียนแผ่เมตตาปลงสังขารเสียบ้างน่าจะช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้น
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายสุธรรม แสงประทุม กรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย และผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณี นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โจมตีนายทักษิณ ชินวัตร กำลังทำลายพรรคและทำร้ายน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวที่กำลังก้าวเข้าสู่การเมืองกับพรรคเพื่อไทยว่า ได้ฟังนายวันชัยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองมานาน ทำตัวเป็นผู้รู้สัพพัญญูทางการเมืองมานาน แต่ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไร เพราะรู้และเข้าใจดีว่าคนที่เข้าสู่การเมือง โดยไม่ได้รับการมอบหมายจากประชาชนจะไม่เข้าใจคำว่าการเมืองของประชาชนอย่างจริงๆ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยเป็นการเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยการเอื้ออาทรและสร้างสรรค์ ไม่ใช่การเมืองของการทำลายล้าง พวกที่มาทำลายล้างการเมืองที่มาจากประชาชน ปล้นอำนาจมาจะไม่มีวันเข้าใจการเมืองที่พรรคไทยรักไทยทำแล้วพัฒนามาเป็นพรรคเพื่อไทยในทุกวันนี้
นายสุธรรม กล่าวว่า น่าเสียดายที่นายคนนี้เคยบวชเรียน อาศัยวัด อาศัยผ้าเหลืองมานาน แต่เมื่อสึกออกมาประกอบอาชีพก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้เข้ามารับจ้างพวกปล้นอำนาจ เข้ามายกหูชูหางพวกเผด็จการในทุกโอกาสที่มี และนายคนนี้ยิ่งไม่เข้าใจหนักไปอีกว่า ครอบครัวของนายกฯ ทักษิณ เป็นครอบครัวที่อบอุ่นให้เกียรติซึ่งกันและกัน ดำรงอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติ ทะนุถนอมและสนับสนุนให้ลูกเป็นตัวของตัวเองและยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ฉะนั้นการที่นายกฯ ทักษิณ ตัดสินใจเข้ามาสู่การเมือง เพราะการเมืองเวลานั้น ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญปี 2540 ต้องการให้คนที่ประสบความสำเร็จ มีความรู้ในการบริหารบ้านเมืองเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ เมื่อนายกฯทักษิณ ประสบความสำเร็จในอาชีพที่ทำมาและสามารถปล่อยมือจากบริษัทมหาชนที่ก่อตั้งนายกฯ ทักษิณ ขณะนั้นยังหนุ่มยังมีกำลังและมีความพร้อม ก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่เข้ามาทำการเมืองอย่างเปิดเผยสง่างาม และประชาชนได้สนับสนุนให้เข้ามาบริหารบ้านเมือง จึงได้บริหารประเทศประสบความสำเร็จในทุกด้านอย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะนโยบายที่ดูแลคนยากคนจน คนด้อยโอกาสที่เรียกว่าคนรากหญ้า ยังเป็นมนต์เสน่ห์ที่ฝังใจผู้คนทั้งประเทศอยู่ จนไม่มีใครจะมาลบล้างถอดถอนได้ ยิ่งวิกฤตบ้านเมืองยามนี้ ประชาชนก็ยิ่งโหยหาคนที่มีฝีมือแบบนายกฯ ทักษิณ ให้เข้ามาช่วยบ้านเมืองที่เกิดวิกฤตในทุกๆ ด้าน
“ในวันที่เสาหลักของประเทศทั้ง 3 เสา นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ทั้งโงนเงน ทั้งผุกร่อน เป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชนไม่ได้ หากนายกฯ ทักษิณ ไม่ถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรมและทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ท่านอาจจะปล่อยมือทางการเมืองไปแล้วก็ได้ แต่ที่จำใจ จำเป็นต้องสู้ ก็เพราะปัญหาของประชาชนที่ท่านได้ปฏิญาณไว้ว่าจะมาช่วยแก้ไข วันนี้กลับหนักหน่วงยิ่งกว่า อีกทั้งยังมีการกล่าวหาโจมตีทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรมในเกือบทุกด้าน อีกทั้งการสู้ท่านก็สู้ตามกติกาและหาคนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ให้ประชาชน ตามจังหวะที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด” อดีตผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อไทยกล่าว
นายสุธรรม กล่าวว่า ส.ส.แพทองธาร เป็นลูกสาวที่นายกฯทักษิณ รักที่สุด บุคลิกเหมือนกับนายกฯ ทักษิณ ที่สุดและซึมซับความรู้สึกของคุณพ่อมามากที่สุด วันนี้น.ส.แพทองธาร เข้าสู่วัยกลางคนแล้วอายุ 35 ปี การจะเข้ามาทำการเมืองวันนี้ไม่ได้เร็วเกินไป วันนี้น.ส.แพทองธาร มีความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สินและมีความรู้ความสามารถ เข้าใจและซึมซับการถูกกระทำของคุณพ่อ และได้เห็นตัวอย่างการกระทำของคุณพ่อที่มีต่อบ้านเมือง ทำให้ได้เชื่อว่าวันนี้น.ส.แพทองธาร สมัครใจและพร้อมจะเรียนรู้เรื่องการเมือง เพราะรู้ว่าการเมืองที่สร้างสรรค์นั้นไม่ใช่การเมืองที่โหดร้าย แต่เป็นการเมืองที่มีความเมตตากรุณาถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เคารพสิทธิและเสรีภาพของกันและกัน ไม่ใช่การเมืองอย่างที่นายวันชัยเข้าใจหรือแกล้งไม่เข้าใจ
“วันนี้นายวันชัยไม่ต้องห่วงคนอื่น ขอให้ห่วงตัวเองเถิดว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้ถูกอัปเปหิไป ด้วยความพร้อมใจของประชาชน ตัวเองจะหากินได้อย่างไร จะมีขีวิตอยู่ได้อย่างไร จะกลับไปบวชอีกก็แก่เกินแกงแล้ว วัดก็จะไม่รับบวชให้คนแบบนี้อีกต่อไป ผมติดใจคำโบราณอยู่คำหนึ่งที่บอกว่าไม่รู้ ไม่ชี้ แต่นี่ไม่รู้แล้วเสือกชี้ แล้วชี้ผิดๆ ด้วย สงบปากเสงี่ยมคำ รู้จักคำว่าวิปัสสนาสมาธิเสียบ้าง สิ่งที่แสดงออกมาสะท้อนให้เห็นว่าระหว่างบวชไม่ได้ใช้หลักปฏิบัติที่พระพุทธองค์ได้สอนไว้ที่ให้นั่งสมาธิ แผ่เมตตา ปลงสังขารเสียบ้างก็น่าจะช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้น แต่ถ้าอยากจะทำดีให้บ้านเมือง ผมก็แนะนำว่าให้ลาออกจากการเป็นลูกไล่เผด็จการ แล้วหยุดวิพากษ์วิจารณ์การบ้านการเมือง เที่ยวสั่งสอนคนนั้นคนนี้ ก็จะช่วยให้บ้านเมืองดีกว่านี้มาก” นายสุธรรมกล่าว







