
ไล่บี้ต้นทุนสินค้าพาณิชย์
“พรทิวา” ลุยสอบโครงสร้างต้นทุน ยันสต๊อกเก่าเอกชน ก่อนปล่อยผีผู้ผลิตขยับราคาสินค้า ประเดิมปาล์มรายแรก
“พรทิวา” ลุยสอบโครงสร้างต้นทุน ยันสต๊อกเก่าเอกชน ก่อนปล่อยผีผู้ผลิตขยับราคาสินค้า ประเดิมปาล์มรายแรก
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ทิศทางการดูแลราคาสินค้าในปีนี้จะเน้นตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการอย่างเข้มงวด แม้จะมีนโยบายยอมให้ผู้ประกอบการขอปรับราคาสินค้าเข้ามาได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ยอมรับว่ามีต้นทุนราคาขยับสูงขึ้นจริง แต่การยื่นขอปรับราคาต้องแสดงต้นทุนที่แท้จริงประกอบอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่ยื่นขอได้ตามใจชอบ
นอกจากนี้ ต้องพร้อมให้กรมการค้าภายในเข้าไปตรวจสอบสต๊อกสินค้าด้วย เพราะการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาต้องใช้กับการผลิตที่เป็นวัตถุดิบราคาใหม่เท่านั้น เพื่อไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค
นางพรทิวา กล่าวว่า ได้รับการทักท้วงจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และหอการค้าไทย ว่า อย่าเข้าไปบิดเบือนกลไกราคาตลาด ซึ่งรัฐก็เข้าใจ และจะพยายามดูแลทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคให้อยู่ร่วมกันได้ แต่ก็แจ้งกับเอกชนเช่นกันว่าอย่าขอขึ้นราคาอย่างเดียวโดยปกปิดต้นทุน
กรณีขอขึ้นราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดถึง 10 บาท เป็นตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนถึงกลยุทธ์ของภาคเอกชนที่ฉวยโอกาสในจังหวะราคาต้นทุนวัตถุดิบปาล์มทะลายขยับจากกิโลกรัมละ 3.50–4 บาท ไปอยู่ที่ประมาณ 8 บาท แต่สต๊อกเก่ากักตุนไว้ไม่ยอมขาย ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องยื้อเวลาไว้ เพื่อให้ผู้ผลิตยอมขายสินค้าในสต๊อกเก่าให้หมดก่อน จากนั้นสินค้าล็อตใหม่จึงจะสามารถขยับราคา เพราะกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าต้นทุนแพงขึ้นจริง แต่ราคาใหม่ก็ต้องใช้กับล็อตใหม่ ห้ามเอาเปรียบผู้บริโภค
อย่างไรก็ดี ปัญหาขาดแคลนน้ำมันปาล์มจะคลี่คลายเดือน ก.พ.นี้ เพราะจะมีการอนุมัติให้นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย หลังจากนี้ในเดือน มี.ค. สถานการณ์ราคาจะปรับลดลง เนื่องจากผลผลิตจากเกษตรกรจะออกสู่ตลาด ซึ่งกรณีที่มีการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาในวันที่ 7 ม.ค. เมื่อถึงเดือน มี.ค. จะสั่งให้ผู้ผลิตลดราคาลงตามต้นทุนจริง







