posttoday
จับตาโอมิครอนสายพันธุ์ "BA.2" หลังแนวโน้มระบาดเพิ่มในหลายประเทศ

จับตาโอมิครอนสายพันธุ์ "BA.2" หลังแนวโน้มระบาดเพิ่มในหลายประเทศ

15 กุมภาพันธ์ 2565

สธ.จับตาโอมิครอนสายพันธุ์ "BA.2" หลังแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ และอาจกลายเป็นสายพันธุ์หลักใน 1-2 เดือน ชี้จากข้อมูลที่มีขณะนี้พบติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ BA.1 แต่ความรุนแรงไม่ต่างกัน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.65 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ได้มาก ทั้งการเกิดสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน และการเกิดสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งไทยได้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับการเฝ้าระวังสายพันธุ์ในประเทศไทย ขณะนี้พบเป็นสายพันธุ์โอมิครอน ในผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศในสัดส่วน 99.4% หรือเกือบ 100%

ขณะที่ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยพบเป็นสัดส่วน 96.2% ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานโอมิครอนจะระบาดเป็นสายพันธุ์หลัก 100% ในประเทศไทย

จากการเฝ้าระวังสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนในไทย พบเป็นสายพันธุ์ BA.1 และสายพันธุ์ลูก BA.1.1 ขณะที่สายพันธุ์ BA.2 พบประมาณ 2% แต่จากการเริ่มสุ่มตรวจโดยการตรวจเบื้องต้น (SNP) ในบางพื้นที่ พบเป็น BA.2 ในสัดส่วนประมาณ 18% ซึ่งจะได้ทำการเฝ้าระวังต่อไป เนื่องจากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โอมิครอนสายพันธุ์ BA.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในแอฟริกาใต้ และประเทศส่วนใหญ่รวมทั้งในประเทศไทย ส่วน BA.2 ในประเทศไทย พบครั้งแรกในกลุ่มผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ช่วงต้นปี 65

ปัจจุบัน ตรวจพบ BA.2 ใน 57 ประเทศทั่วโลก เริ่มพบการระบาดแทนที่สายพันธุ์หลักในบางประเทศ เช่น อินเดีย เดนมาร์กและสวีเดน เป็นต้น โดย BA.2 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ และอาจกลายเป็นสายพันธุ์หลักใน 1-2 เดือน เพราะสามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่า BA.1

จากผลการศึกษาในเดนมาร์ก พบโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2 สามารถติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ BA.1 แม้ว่า BA.2 จะมีคุณสมบัติในการหลบหลีกภูมิคุ้มกัน จากข้อมูลที่มี ณ ขณะนี้ความรุนแรงของโรคไม่ต่างจากโอมิครอนสายพันธุ์หลัก และวัคซีนเข็มกระตุ้นยังคงสามารถป้องกันอาการป่วยและอาการรุนแรงได้ สำหรับ BA.1.1 เป็นกิ่งย่อยของ BA.1 ส่วน BA.3 ยังไม่มีข้อมูลมากนัก

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลเบื้องต้นเริ่มเห็นสัญญาณว่า BA.2 สามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่า BA.1 ส่วนเรื่องความรุนแรง ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ โดยทางกรมวิทย์ฯ จะประสานกับกรมการแพทย์ เพื่อติดตามอาการทางคลินิกของผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนสายพันธุ์ BA.2 ต่อไป

"จากข้อมูลเท่าที่มีนั้นบ่งชี้ว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นยังช่วยป้องกันสายพันธุ์ทั้ง BA.1 และ BA.2 สามารถลดอาการป่วยหนัก และเสียชีวิตได้ ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับเข็มบูสเตอร์รีบไปรับวัคซีน" นพ.ศุภกิจ กล่าว

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน