posttoday
ศาลนัด 8 ก.ค. “มาร์ค” ฟ้องหมิ่นจตุพร

ศาลนัด 8 ก.ค. “มาร์ค” ฟ้องหมิ่นจตุพร

18 มกราคม 2553

ศาลรับฟ้องคดีนายกฯ ฟ้องหมิ่นจตุพร เหตุกล่าวหาเป็นอาชญากรสั่งทหารฆ่าประชาชน นัดสอบคำให้การจำเลย เช้าที่  8 ก.ค.

ศาลรับฟ้องคดีนายกฯ ฟ้องหมิ่นจตุพร เหตุกล่าวหาเป็นอาชญากรสั่งทหารฆ่าประชาชน นัดสอบคำให้การจำเลย เช้าที่  8 ก.ค.

ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 18 ม.ค. ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐาน หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  326,328,332   กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 11  -  17 ต.ค.52  จำเลยได้ปราศรัยในการชุมนุมของ นปช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและทำเนียบรัฐบาล ว่า โจทก์ยึดพระราชอำนาจ ไม่ยอมเสนอให้มีการถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร และ กล่าวหาว่าเป็นฆาตกรเป็นอาชญากร สั่งทหารฆ่าประชาชนและสร้างสถานการณ์การจลาจลที่บริเวณ สามเหลี่ยมดินแดง นางเลิ้ง และ ถ.เพชรบุรี ซ.5 , ซ.7 เมื่อช่วง เดือนเม.ย. 52  และ เหตุการณ์การชุมนุมที่พัทยา จ.ชลบุรี          

โดยวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เข้าเบิกความสรุปว่า จำเลยได้ปราศรัยทางสถานีโทรทัศน์เคเบิลพีเพิลแชลเนล กล่าวหาว่า โจทก์ไปยึดพระราชอำนาจ เพื่อไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ถวายฎีกา  และยังกล่าวหาว่า โจทก์เป็นอาชญากร สั่งทหารฆ่าประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุมกดดันรัฐบาลที่พัทยา และกทม. ช่วงเดือน เม.ย. 52 ทั้งนี้โจทก์ไม่เคยแสดงความคิดเห็นว่าจำเลยและกลุ่มคนเสื้อแดงควรจะถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อ ขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่  เพียงแต่บอกถึงขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษตามระเบียบที่เคยปฏิบัติกันมา ซึ่งต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องจากกรมราชทัณฑ์ แต่เนื่องจากมีรายชื่อในการขอถวายฎีกามากถึง 3 ล้านคน จึงต้องใช้เวลานานมากกว่าบุคคลอื่น อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นบุคคลที่หลบหนีทำให้ศาลต้องออกหมายจับยังไม่ใช่นักโทษเด็จขาดที่กำลังรับโทษ

นอกจากนี้จำเลยต้องรับทราบถึงระเบียบ ขั้นตอนการยื่นถวายฎีกา ซึ่งจำเลยย่อมสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ ส่วนการถวายฎีกาในปัจจุบันนั้น เมือวันที่ 14 ม.ค. 53 อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กระทรวงยุติธรรมได้ตรวจสอบไปแล้วกว่า 1.2 ล้านชื่อ ซึ่งยังคงตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูความถูกต้องและ ความเกี่ยวโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะการยื่นถวายฎีกา ผู้ที่ลงชื่อจะต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย เกี่ยวพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่การรวบรวมรายชื่อถวายฎีกาก่อนหน้านี้ก็มีทั้งนักวิชาการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้ง ข้าราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าก็ได้แสดงความเห็นคัดค้านว่า ไม่เหมาะสม โดยเห็นว่าเป็นการกดดันพระมหากษัตริย์

โจทก์ยังเบิกความยืนยันถึงเรื่อง ม็อบเสื้อแดงก่อเหตุจลาจล ว่า สั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้ความละมุนละม่อม ในการควบคุมสถานการณ์ เป็นสำคัญเน้นการรักษาความสงบไม่ได้สั่งให้ทำร้ายประชาชนโดยที่สุดแล้วการสลายการชุมนุมเกิดขึ้นด้วยการเจรจาโดยผู้ชุมนุมออกไปจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเหตุจลาจลผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กล่าวปลุกระดม ประชาชนให้มาชุมนุม โดยเกิดเหตุจลาจลที่สามเหลี่ยมดินแดง นางเลิ้ง ถ.เพชรบุรี และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา นั้น จำเลยได้กล่าวปราศรัย ปลุกระดมประชาชนตั้งแต่วันที่ 4-5 เม.ย.อย่างต่อเนื่อง  และยังได้ให้สัมภาษณ์ว่า การปฏิบัติการนั้นมีการระดมเงินจำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งกรณีดังกล่าว  ได้ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ต่างๆ ขณะที่ระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้วีดีโอลิ้งค์ เข้ามาวันที่ 9 เม.ย. ระบุว่า อย่ากลับบ้านมือเปล่าซึ่งสื่อความหมายได้ว่า ให้ทำการปฏิวัติประชาชนให้สำเร็จ  ส่วนเหตุการณ์จลาจลที่บริเวณนางเลิ้ง พบว่าประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพราะทนไม่ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน โดยเหตุการณ์จลาจลที่พัทยาประเทศสหรัฐได้ออกแถลงการณ์ความรุนแรงถึงผู้ชุมนุม และ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้ยุติความรุนแรง ขณะที่ นสพ.ไทม์(TIME) ได้เสนอข่าวยกย่องพยานว่าเป็นผู้นำชาติให้ผ่านวิกฤติจลาจล โดยเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นสภาได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสรุปผลว่า ไม่พบผู้เสียชีวิต การกระทำของจำเลย ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และไม่ได้การติชมด้วยความสุจริต แต่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง ให้ร้ายแก่โจทก์ จำเลยมีความอาฆาตมาดร้ายต่อโจทก์ โดยแสดงออกเป็นระยะๆ ซึ่งโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยฐานหมิ่นประมาทไปแล้ว 2 สำนวน  ขณะที่เมื่อต้นเดือนมี.ค. 52 จำเลยเคยปราศรัยชักชวนผู้ชุมนุม ขัดขวางการเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.ลพบุรีของโจทก์ด้วย

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงให้ประทับรับฟ้องไว้และนัดสอบคำจำเลย ในวันที่ 8 ก.ค. นี้ เวลา 09.00 น.

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ