
โรดแมปในฝัน...เสื้อแดง ผนึกชนชั้นสู่ชัยชนะ?
กลุ่มเสื้อแดงมีผลต่อการเป็นตัวแปรในการเร่งอุณหภูมิการเมืองให้สูงมากขึ้น ประเด็นที่น่าสนใจจึงอยู่ที่ในปี 2554 กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีแนวทางการเคลื่อนไหวอย่างไร
กลุ่มเสื้อแดงมีผลต่อการเป็นตัวแปรในการเร่งอุณหภูมิการเมืองให้สูงมากขึ้น ประเด็นที่น่าสนใจจึงอยู่ที่ในปี 2554 กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีแนวทางการเคลื่อนไหวอย่างไร
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การเมืองไทยในปี 2554 ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังเป็นตัวละครสำคัญอยู่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มีผลต่อการเป็นตัวแปรในการเร่งอุณหภูมิการเมืองให้สูงมากขึ้น จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยว่าในปี 2554 กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีแนวทางการเคลื่อนไหวอย่างไรหลังจากเพิ่งบอบช้ำมาจากเหตุการณ์เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
ธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช. ซึ่งเป็นแม่ทัพหญิงเสื้อแดงในเวลานี้ ระบุว่า ปี 2554 คนเสื้อแดงจะเติบใหญ่เพราะชนชั้นกลางและปัญญาชนจะมาร่วมด้วยช่วยกันกับไพร่ราก ซึ่งจะทำให้ขบวนเสื้อแดงเติบใหญ่ ปัญญาชนคนชั้นกลางเริ่มเข้าใจมากว่าไม่ได้เป็นเรื่องทักษิณอย่างเดียว เราจึงมีความหวังว่าชนชั้นกลางกับปัญญาชนจะสามารถเข้าร่วมด้วยช่วยกันกับคนชั้นล่าง และนี่จะเป็นก้าวสำคัญ
“หลังปีใหม่จะมีก้าวสำคัญของคนเสื้อแดง คือจะมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยจะเลือกกรรมการในท้องถิ่นและภูมิภาค เพื่อเป็นกำลังเสริมให้ส่วนกลาง โดยจะใช้วิธีการเลือกตั้งตามหลักการประชาธิปไตยที่คนเสื้อแดงยึดถือ คาดว่าภายในเดือน ม.ค. 2554 จะสามารถตั้งคณะกรรมการระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล และระดับอำเภอ และเดือน ก.พ. 2554 ก็จะตั้งกรรมการ นปช.ระดับภูมิภาค เพื่อมาเสริมส่วนกลาง โดยจะรณรงค์ให้คนเสื้อแดงเลือกบุคลากรที่มีความเข้าใจและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ” ธิดา กล่าว
สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย. เปิดเผยว่า ทิศทางการต่อสู้ในปี 2554 จะหยิบยกประเด็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบอบอำมาตย์ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 และการจำกัดบทบาทของกองทัพไม่ให้เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง
ทั้งนี้ เหตุผลในการแก้กฎหมายหมิ่นมาตรา 112 เพราะมีการจำจัดข้อมูลข่าวสารของประชาชน มีการปล่อยข่าวที่ไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดการพูดคุยว่าร้ายสถาบันไปในเรื่องต่างๆ ทำให้ข่าวสารที่วิ่งไปถึงประชาชนนั้นไม่เป็นความจริง และจะไม่สามารถควบคุมอะไรได้
“บทเรียนที่ผ่านมาเป็นการต่อสู้ในประเด็นทางการเมือง ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะให้เกิดการยอมรับจากประชาชน เราถึงเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปากท้อง เช่น การเก็บภาษีที่ดิน เพื่อนำมาใช้เป็นรัฐสวัสดิการ การลดภาษีมูลค่าเพิ่มให้ได้จาก 7% เหลือ 5% ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะเดินคู่กับพรรคเพื่อไทย ในการเสนอทางเลือกให้กับประชาชน และยังคงสนับสนุนให้มีการปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกคุมขังด้วยการประสานงานกับกลุ่มเคลื่อนไหวอื่นๆ ด้วย
ส่วนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นำโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ที่สร้างกิจกรรมสีสันจนเรียกมวลชนรุ่นใหม่ คนชั้นกลางมาเข้าร่วม เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวหลังจากนี้จะเน้นการทำ “โรงเรียนแกนนอน” เพื่อทำให้เกิดกลุ่มคนเสื้อแดงขนาดเล็กจำนวนมากขึ้น และจะสามารถกำหนดทิศทางของตัวเองได้ว่าต้องการประชาธิปไตยของตัวเองอย่างไร ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องพึ่งพาแกนนำ นปช. แต่สามารถเชื่อมโยงกันเองได้ รวมถึงจะสามารถกำหนดองค์กรนำอย่างกลุ่ม นปช.ได้เช่นกัน ทั้งนี้จะเริ่มที่ กทม.ก่อนจะขยายไปยังต่างจังหวัด
“ที่ผ่านมาไม่มีรูปแบบขององค์กรของมวลชน มีแต่การหวังพึ่งแกนนำ นปช.เพียงอย่างเดียว และมีภาพของฝ่ายการเมืองในสัดส่วนที่มากไป ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์ และพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถนำมวลชนไปสู่เป้าหมายได้ ฉะนั้นจะต้องเพิ่มบทบาทของเสื้อแดงที่มาจากภาคประชาชนให้มากขึ้น หลังจากนี้การเคลื่อนไหวจะไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องของการโค่นล้มรัฐบาล จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง แต่จะยังมีการชุมนุมเพื่อให้คนเสื้อแดงมีความพร้อมอยู่ตลอด” บก.ลายจุด กล่าว
ด้าน สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนักวิชาการของคนเสื้อแดง กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องมียุทธศาสตร์ให้เป็นระบบ ขยายการจัดตั้งมวลชนไปยังระดับพื้นฐาน ระดับหมู่บ้าน แต่แบบนี้ต้องใช้การต่อสู้ในระยะยาว ซึ่งอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นคือการขัดแย้งกันเอง พรรคจะแยกจากเสื้อแดงไม่ได้ถ้าแยกจบสิ้นกันพอดี เพราะพรรคเพื่อไทยวันนี้ไม่มีฐาน ดังนั้นต้องทำตัวเองให้เป็นองค์กรทางการเมืองที่ดำเนินงานทางการเมืองสำหรับเสื้อแดง
“ถึงแม้ว่าในภาคส่วนของมวลชนเสื้อแดงจะแข็งแกร่ง เพียงแต่ว่าเราต้องดึงมวลชนที่เป็นกลางให้มาเห็นด้วยกับแนวคิดเสื้อแดงให้มากกว่านี้ จุดนี้เองที่ฝั่งเสื้อแดงยังขาดอยู่ คนที่เป็นกลาง คนที่ไม่เข้าใจในสังคมยังมีอยู่เยอะ และสำคัญที่สุดคือการสร้างฐานความคิดให้มวลชนเสื้อแดงให้มากที่สุด และช่วงชิงความเป็นแนวร่วมจากกลุ่มคนที่มีความคิดเป็นกลางในสังคม”
สุธาชัย กล่าวว่า การเดินทางของเสื้อแดงเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับแกนนำแล้ว ตอนนี้ต่อให้ใครขึ้นมาเป็นแกนนำเสื้อแดงมวลชนก็ยังคงมาชุมนุมกันอย่างนี้อยู่ เพราะเขามาเพื่อการต่อสู้ เขาต้องการมาเพื่อรวมพลัง ฉะนั้นคิดว่าภาระหน้าที่ที่ต้องช่วยกันทำสำหรับแกนนำนั้น คือการสร้างความเข้มแข็งทางความคิดให้กับมวลชนอย่างที่บอกไป
“วันนี้ปัญหาไม่ได้ขึ้นกับทักษิณ หรือไม่ทักษิณแล้ว แต่ปัญหามันเกิดจากชนชั้นนำ ต่อให้คุณทักษิณจะโฟนอินหรือไม่โฟนอิน คนก็ยังมาชุมนุมอยู่ดี หรือต่อให้คุณทักษิณพูดไม่เข้าหู ไม่ถูกใจมวลชน ก็ยังเชื่ออีกว่ามวลชนก็จะยังมาชุมนุมอยู่แน่นอน”สุธาชัย กล่าว







