
ชาวบ้านร้องการรถไฟเปิดทางข้ามที่ถูกปิดตายเดือดร้อนมาร่วม4ปี
กาญจนบุรี-ชาวบ้านซอยนันทกาญจน์ กว่า 100 หลัง เดือดร้อนมาร่วม 4 ปี กรณีการรถไฟปิดตายทางข้าม ร้องสื่อช่วยเป็นกระบอกเสียง ถึงผู้ว่าการรถไฟฯ พิจารณาเปิดทางเข้า-ออก เผยร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน แต่ยังเงียบ
เมื่อวันที่ 8ม.ค.65 คุณยายสุนันทา วงศาภาคย์ อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/12 หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ร้องเรียนว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกรณีการรถไฟปิดเส้นทางเข้า-ออก บริเวณซอยนันทกาญจน์ โดยนำเหล็กมาปิดกั้นทางข้ามรางรถไฟที่เคยใช้เป็นเส้นทางเข้าออกมานานกว่า 30 ปีอย่างถาวร รถยนต์รวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้เส้นทางนี้จะต้องเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาเพื่อไปทางซอยร่มแฝกหรือท้ายซอยไปรษณีย์ ซึ่งทั้งสองเส้นทางมีช่องการจราจรค่อนข้างคับแคบ ทุกคนจะต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง สำหรับจุดที่ถูกปิดกั้นทางเข้าออกนั้นอยู่ห่างจากถนนพัฒนาการที่เป็นถนนสายหลักเพียงแค่ประมาณ 20-30 เมตรเท่านั้น ซึ่งถนนที่ใช้ข้ามทางรถไฟบริเวณที่ถูกปิดมีความกว้างถึง 6 เมตร
ทั้งนี้ นางธัญยธรณ์ วิทยประพัฒน์ อาชีพรับราชการและเป็นผู้แทนประชาชนชาวซอยนันทกาญจน์ กล่าวว่า ข้ามรถไฟบริเวณนี้ชาวบ้านได้ใช้สัญจรไปมานานกว่า 40 ปีไม่เคยเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถประชาชนมาก่อน ต่อมาปี พ.ศ.2561 แขวงบำรุงทางกาญจนบุรี การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเหล็กมาปิดกั้นทางเข้าออกอย่างถาวร ทำให้ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนมานานกว่า 3 ปี ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ลงชื่อร้องเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาให้เปิดเส้นทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด
สำหรับหนังสือที่ร้องเรียนมีทั้งส่งถึงเทศบาลเมืองปากแพรก ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งทางเทศบาลเมืองปากแพรกพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ โดยได้ตั้งงบประมาณเพื่อขยายเส้นทาง รวมทั้งออกค่าใช้จ่ายให้กับการรถไฟนำไปทำสัญญาณสำหรับข้ามทางรถไฟ แต่การรถไฟก็ไม่อนุญาต โดยอ้างเหตุผลถึงความปลอดภัย และยังแจ้งว่าชาวบ้านลักใช้เส้นทางดังกล่าวทั้งที่ความเป็นจริงนั้นมีผู้บริจาคที่ดินที่อยู่ติดกับทางรถไฟให้ทำเป็นทางสาธารณะเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานกว่า 30 ปีแล้ว
ที่สำคัญคือหากชาวบ้านเจ็บไข้ได้ป่วย และจำเป็นจะต้องไปโรงพยาบาล หากการรถไฟเปิดทางบริเวณนี้ชาวบ้านไม่จำเป็นจะต้องใช้เส้นทางเบี่ยง เนื่องจากสามารถวิ่งออกทางตรงได้เลย แต่หากยังปิดเส้นทางข้ามรางรถไฟชาวบ้านจะต้องใช้ทางเบี่ยงที่ค่อนข้างคับแคบ เมื่อมารถวิ่งสวนทางมาจะต้องถอยเพื่อหลีกทาง จนทำให้บางครั้งเกิดอุบัติขึ้น ดังนั้นชาวบ้านซอยนันทกาญจน์ และที่อยู่โดยรอบ อยากจะฝากไปถึงผู้มีอำนาจคือท่านผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยพิจารณาสั่งการให้เปิดเส้นทางสัญจรไปมาบริเวณดังกล่าวเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนด้วย
"ซึ่งท่านไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะชาวบ้านทั้งหมดรู้ดีว่ารถไฟจะวิ่งผ่านในเวลาใดบ้าง ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าชาวบ้านแถวนี้จะประสบกับอุบัติเหตุถูกรถไฟชน จึงขอวิงวอนให้พิจารณาช่วยเหลือชาวบ้านโดยด่วน เพราะพวกเราเดือดร้อนมาเกือบ 4 ปีแล้ว" นางธัญยธรณ์ กล่าว







