
นายกฯ ไม่ยื่นมติ ก.ตร. ให้ศาลรัฐธรรมนูญ
นายกรัฐมนตรีย้ำ ก.ตร. ไม่สามารถพลิก มติ ป.ป.ช. ให้นายพลตำรวจที่ถูกชี้มูล กลับเข้ารับราชการได้ ยืนยันต้องรักษาระบบให้องค์กรอิสระมีความศักดิ์สิทธิ์
นายกรัฐมนตรีย้ำ ก.ตร. ไม่สามารถพลิก มติ ป.ป.ช. ให้นายพลตำรวจที่ถูกชี้มูล กลับเข้ารับราชการได้ ยืนยันต้องรักษาระบบให้องค์กรอิสระมีความศักดิ์สิทธิ์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์” กรณีที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติพลิกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง และให้ไล่ออก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ในคดีสลายม็อบพันธมิตรฯ และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ในคดีผู้ชุมนุม 2 กลุ่มปะทะกัน ที่ จ.อุดรธานี โดยให้ พล.ต.ท.สุชาติ และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ กลับเข้ารับราชการ โดยย้ำว่า ฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจพลิกคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.
ทั้งนี้ เพราะต้องการให้ ป.ป.ช. ศาลปกครอง หรือ องค์กรอิสระทั้งหลายมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่เช่นนั้นปัญหาเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น หรือการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบ ก็จะไม่มีกลไกองค์กรอิสระที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ฝ่ายบริหารต้องรู้จักจำกัดขอบเขตอำนาจของตัวเอง ส่วนความเป็นธรรมยังมีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างองค์กรอิสระด้วยกันเอง ในกรณีนี้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถร้องศาลปกครองได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังจบรายการว่า การพิจารณาของ ก.ตร.ครั้งนี้ ไม่สามารถทำได้และจะทำเรื่องแจ้งกลับไปยัง ก.ตร.อีกครั้ง พร้อมจะสอบถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะอะไรที่ขัดต่อกฎหมายไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ดังนั้น ก.ตร.ต้องยึดตามหลัก ตามรัฐธรรมนูญ ผู้เสียหายควรไปร้องต่อศาลปกครอง นอกจากนี้ ยังเห็นว่า มติของ ก.ตร.ไม่สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ เพราะ ก.ตร.ไม่ใช่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ







